CONTINUE MY GARDEN กลับมาดูสวนของคุณ กำลังตรวจข้อมูล My Garden...
0ต้น 0งานวันนี้
เปิด My Garden →
กรุงเทพมหานคร กำลังโหลดข้อมูลสภาพอากาศ...
--°C
รู้สึกเหมือน--°C
ความชื้น--%
โอกาสฝน--%
ความเร็วลม-- กม./ชม.
🌱 คำแนะนำ: กำลังประเมินสภาพอากาศสำหรับการดูแลต้นไม้
ข้อมูลจาก Open-Meteo
🌿 Plant Clinic

ต้นไม้มีปัญหา? เริ่มวิเคราะห์ที่นี่

ใบเหลือง ใบหงิก ไม่แตกยอด รากเน่า ใบเป็นจุด ต้นโทรม หรือมีแมลง เลือกอาการและสภาพแวดล้อมที่พบ เพื่อให้ Plant Clinic ช่วยวิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้นและแนะนำสิ่งที่ควรตรวจต่อ

ใช้งานฟรี • ไม่ต้องสมัครสมาชิก • วิเคราะห์จากอาการ แสง น้ำ ดิน การระบายน้ำ และสภาพแวดล้อม
วิเคราะห์ง่าย ๆ ใน 4 ขั้นตอน
1เลือกอาการที่พบกับต้นไม้
2ระบุแสง น้ำ ดิน และบริเวณปลูก
3ตรวจข้อมูลแมลงและระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ
4ดูสาเหตุที่เป็นไปได้และแนวทางแก้เบื้องต้น

ต้นใบบัวบก

ต้นใบบัวบกปลูกในกระถาง ใบสีเขียวทรงกลมขอบหยัก
ใบบัวบก พืชล้มลุกทอดเลื้อยใกล้พื้นดิน เหมาะปลูกในกระถางทรงกว้าง หรือแปลงในแปลง

ถ้าพูดถึง ใบบัวบก หลายคนอาจนึกถึงคำว่า “แก้ช้ำใน” หรือเครื่องดื่มน้ำใบบัวบกเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้วใบบัวบกยังเป็นผักพื้นบ้านที่นำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ ทั้งรับประทานเป็นผักสด ใส่ในยำ ทำเครื่องดื่ม หรือใช้เป็นผักเคียง

ใบบัวบกเป็นพืชขนาดเล็ก เจริญทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ก้านใบตั้งขึ้นและมีใบลักษณะคล้ายพัดหรือไต ขอบใบหยักมน สีเขียว ต้นสามารถแตกไหลไปตามพื้น เมื่อข้อของไหลสัมผัสดินจะเกิดรากและพัฒนาเป็นกอใหม่ได้

หลายคนอาจสับสนระหว่างใบบัวบกกับแว่นแก้ว เพราะทั้งสองชนิดมีใบกลมและมีก้านยาวคล้ายกัน แต่เมื่อสังเกตตำแหน่งก้านใบ รูปทรงใบ และผิวใบ จะเห็นความแตกต่างได้ค่อนข้างชัดเจน

ข้อมูลใบบัวบกโดยสรุป
  • ชื่อไทย: บัวบก หรือใบบัวบก
  • ชื่อภาษาอังกฤษ: Gotu Kola, Indian Pennywort
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Centella asiatica (L.) Urb.
  • วงศ์: Apiaceae
  • ประเภท: พืชล้มลุกอายุหลายปี ทอดเลื้อยตามพื้น
  • ลักษณะเด่น: ใบทรงไตหรือพัด ขอบใบหยัก ก้านใบยาว
  • แสง: แดดเช้าหรือแสงรำไรประมาณ 3–5 ชั่วโมง
  • ดิน: ดินร่วนที่เก็บความชื้นได้ดีและไม่แฉะ
  • น้ำ: ต้องการความชื้นสม่ำเสมอ
  • การขยายพันธุ์: แยกไหล แยกกอ และเพาะเมล็ด
  • การเก็บเกี่ยว: ตัดใบและก้าน หรือเก็บทั้งยอดอ่อน

ลักษณะของต้นใบบัวบก

ใบบัวบกเป็นพืชที่เจริญใกล้พื้นดิน ลำต้นทอดเลื้อยเป็นไหลไปตามผิวดิน แต่ละข้อสามารถสร้างรากและแตกใบเป็นกอใหม่ได้ จึงสามารถแผ่ขยายพื้นที่ได้รวดเร็วเมื่อได้รับน้ำและความชื้นเพียงพอ

ก้านใบยาวและงอกจากข้อของไหล ส่วนปลายก้านมีใบเดี่ยว รูปทรงคล้ายไต พัด หรือครึ่งวงกลม บริเวณโคนใบมีรอยเว้าเข้าหาจุดที่ก้านใบเชื่อมกับแผ่นใบ ขอบใบมีหยักมนเรียงต่อกัน

ดอกมีขนาดเล็กมาก ออกเป็นช่อใกล้โคนต้น สีอาจเป็นขาว ชมพูอ่อน หรือแดงอ่อน หลังผสมเกสรสามารถพัฒนาเป็นผลและเมล็ดได้ แต่ผู้ปลูกตามบ้านมักนิยมขยายพันธุ์ด้วยไหลมากกว่า เพราะทำง่ายและได้ต้นใหม่เร็วกว่า

ใบบัวบกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica เป็นพืชทอดเลื้อยตามพื้น แต่ไม่ใช่ไม้เถาที่เลื้อยขึ้นค้างเหมือนตำลึง

ใบบัวบกกับแว่นแก้วแตกต่างกันอย่างไร

ใบบัวบกกับแว่นแก้วมีลักษณะคล้ายกัน โดยเฉพาะใบสีเขียวทรงกลมและก้านใบยาว แต่สามารถสังเกตความแตกต่างได้จากตำแหน่งก้านใบและรูปทรงของแผ่นใบ

เปรียบเทียบต้นแว่นแก้วกับต้นใบบัวบก
ควรดูทั้งรูปทรงใบ จุดเชื่อมของก้านใบ และลักษณะการเจริญของต้นก่อนนำมารับประทาน
จุดสังเกต ใบบัวบก แว่นแก้ว
รูปทรงใบ คล้ายไตหรือพัด มีรอยเว้าบริเวณโคนใบ ค่อนข้างกลมคล้ายเหรียญหรือร่มขนาดเล็ก
ตำแหน่งก้านใบ เชื่อมบริเวณรอยเว้าที่โคนแผ่นใบ มักเชื่อมใกล้กลางแผ่นใบด้านล่าง
ขอบใบ หยักมนค่อนข้างชัด ขอบค่อนข้างเรียบหรือหยักเล็กน้อยตามชนิด
ผิวใบ มักดูด้านและเห็นเส้นใบแผ่ออกจากโคนใบ บางชนิดดูเรียบและเป็นเงามากกว่า
เพื่อความปลอดภัย: หากไม่แน่ใจว่าเป็นใบบัวบกจริงหรือไม่ ไม่ควรนำมารับประทาน ควรตรวจสอบจากต้นพันธุ์ที่มีป้ายชื่อหรือสอบถามผู้ที่รู้จักพืชชนิดนี้ก่อน

ประโยชน์และการนำใบบัวบกไปใช้

ใบบัวบกเป็นผักพื้นบ้านที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน นิยมนำมาล้างให้สะอาดแล้วรับประทานสดร่วมกับอาหาร ทำยำ ใส่ในสลัด หรือปั่นเป็นเครื่องดื่ม

รับประทานเป็นผักสด

ล้างใบและก้านให้สะอาด แล้วรับประทานเป็นผักเคียงกับอาหารรสจัด

ทำน้ำใบบัวบก

ปั่นกับน้ำสะอาดแล้วกรอง สามารถปรับรสตามความเหมาะสม

ทำยำหรือสลัด

ใช้ใบอ่อนร่วมกับเครื่องปรุง ผัก และโปรตีนชนิดต่าง ๆ

ปลูกคลุมดิน

ไหลช่วยแผ่คลุมหน้าดินในบริเวณที่มีความชื้นและแสงเหมาะสม

สรรพคุณใบบัวบกที่ควรเข้าใจอย่างถูกต้อง

ใบบัวบกมีประวัติการใช้เป็นอาหารและสมุนไพรพื้นบ้านมาเป็นเวลานาน และมีการศึกษาสารสำคัญจากพืชชนิดนี้ในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องผิวหนังและกระบวนการสมานแผล

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์สารสกัด ยาทาภายนอก เครื่องดื่ม และการรับประทานใบสดมีความเข้มข้นและวิธีใช้แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำผลการศึกษาของสารสกัดมาใช้กล่าวอ้างว่าใบสดสามารถรักษาโรคได้เช่นเดียวกัน

  • ใช้เป็นอาหารและเครื่องดื่มพื้นบ้าน
  • มีการศึกษาสารประกอบที่เกี่ยวข้องกับผิวหนังและการสมานแผล
  • มีสารจากธรรมชาติหลายชนิดที่อยู่ระหว่างการวิจัย
  • ไม่ควรใช้แทนยา หรือหยุดยาที่แพทย์สั่ง
  • ไม่ควรใช้ใบสดพอกแผลเปิดโดยไม่ผ่านการทำความสะอาด
คำแนะนำด้านสุขภาพ: ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ให้นมบุตร หรือผู้ที่ใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ใบบัวบกหรือผลิตภัณฑ์สารสกัดในปริมาณเข้มข้นและต่อเนื่อง

วิธีปลูกต้นใบบัวบก

1. เลือกตำแหน่งปลูก

ใบบัวบกชอบบริเวณที่มีความชื้นและได้รับแสงแดดอ่อน ควรปลูกในจุดที่ได้รับแดดช่วงเช้า หรือแสงรำไรประมาณ 3–5 ชั่วโมงต่อวัน

หากได้รับแดดบ่ายแรงตลอดวัน ใบอาจไหม้ สีซีด หรือเหี่ยวได้ง่าย โดยเฉพาะต้นที่ปลูกในกระถางขนาดเล็ก แต่หากอยู่ในร่มมืดมากเกินไป ก้านใบอาจยืดยาว ใบเล็ก และพุ่มไม่แน่น

  • แดดเช้าเหมาะกว่าแดดบ่าย
  • พื้นที่ควรมีอากาศถ่ายเท
  • หลีกเลี่ยงจุดที่พื้นดินร้อนจัด
  • ไม่ควรปลูกใต้ชายคาที่มืดตลอดวัน
  • ค่อย ๆ เพิ่มแสงให้ต้นที่เพิ่งย้ายปลูก

2. เตรียมดิน

ดินควรร่วนซุย เก็บความชื้นได้พอเหมาะ และระบายน้ำได้ดี ใบบัวบกชอบดินชื้น แต่ไม่ควรปล่อยให้น้ำขังจนรากขาดอากาศ

สูตรดินปลูกใบบัวบกแบบง่าย
  • ดินร่วนหรือดินปลูกสำเร็จรูป 2 ส่วน
  • ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่าที่สลายตัวแล้ว 1 ส่วน
  • กาบมะพร้าวสับ แกลบดำ หรือวัสดุเพิ่มความโปร่ง 1 ส่วน

หากใช้ขุยมะพร้าวหรือกาบมะพร้าวเป็นส่วนผสม ควรผ่านการเตรียมและล้างสารส่วนเกินก่อน ไม่ควรใช้วัสดุที่อุ้มน้ำมากเกินไปจนดินแฉะตลอดเวลา

3. ขั้นตอนปลูกจากต้นพันธุ์

  1. เติมดินลงในกระถางหรือเตรียมแปลงให้เรียบ
  2. ขุดหลุมตื้นให้เหมาะกับขนาดของราก
  3. วางต้นโดยให้รากสัมผัสดิน
  4. ไม่ฝังยอดหรือก้านใบลึกลงไป
  5. กลบดินรอบรากและกดเบา ๆ
  6. รดน้ำให้ดินชื้นทั่วบริเวณ
  7. วางในแสงรำไรช่วงแรก
  8. เมื่อต้นตั้งตัวแล้วจึงเพิ่มแดดเช้า
ต้นใบบัวบกปลูกในกระถางทรงกว้าง
กระถางทรงกว้างช่วยให้ไหลของใบบัวบกแผ่ขยายและเกิดกอใหม่ได้สะดวก

ปลูกใบบัวบกในกระถางแบบไหนดี

ใบบัวบกมีระบบรากไม่ลึกมาก แต่แผ่ขยายออกด้านข้างตามไหล จึงเหมาะกับกระถางทรงกว้าง กระบะยาว หรือกระถางแขวนที่มีพื้นที่ให้กิ่งทอดออกด้านข้าง

  • เลือกกระถางลึกประมาณ 15–20 เซนติเมตรขึ้นไป
  • กระถางควรกว้างมากกว่าลึก
  • ต้องมีรูระบายน้ำหลายรู
  • ไม่ควรปล่อยน้ำขังในจานรอง
  • กระถางแขวนต้องรับน้ำหนักดินเปียกได้
  • วางในตำแหน่งที่ได้รับแดดเช้าหรือแสงรำไร
กระถางแขวน: สามารถปลูกให้ไหลทอดออกด้านข้างได้ แต่กระถางแขวนมักแห้งเร็วกว่ากระถางที่วางบนพื้น จึงควรตรวจความชื้นของดินบ่อยขึ้น

วิธีรดน้ำใบบัวบก

ใบบัวบกต้องการความชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องรดน้ำวันละสองครั้งทุกวัน ควรปรับตามสภาพอากาศ ขนาดกระถาง ชนิดดิน และตำแหน่งปลูก

  1. ใช้นิ้วตรวจหน้าดินก่อนรดน้ำ
  2. เมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง ให้รดจนชุ่มทั่วกระถาง
  3. ช่วงอากาศร้อนควรตรวจดินเช้าและเย็น
  4. หากดินยังชื้น ไม่ควรรดซ้ำ
  5. ลดน้ำในช่วงฝนตกหรืออากาศชื้น
  6. ไม่ปล่อยให้น้ำขังบริเวณโคนและราก
  7. รดบริเวณดินมากกว่าราดใบทุกครั้ง
สังเกตจากต้น: หากใบเหี่ยวร่วมกับดินแห้ง ควรเพิ่มน้ำ แต่หากใบเหลือง ก้านนิ่ม และดินเปียกตลอดเวลา อาจเกิดจากน้ำมากเกินไปหรือรากเริ่มเน่า

การให้ปุ๋ย

ใบบัวบกเป็นพืชที่เก็บใบและก้านมารับประทาน ควรบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่าที่สลายตัวแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเร่งด้วยปุ๋ยเข้มข้นมาก

  • ผสมปุ๋ยหมักเก่าลงในดินก่อนปลูก
  • เติมปุ๋ยหมักบาง ๆ รอบกอเป็นระยะ
  • ไม่กองปุ๋ยชิดโคนต้น
  • หลีกเลี่ยงปุ๋ยคอกสดหรือขี้ไก่สด
  • หากใช้ปุ๋ยสำเร็จรูป ให้ใช้ตามอัตราบนฉลาก
  • รดน้ำหลังใส่ปุ๋ย
  • หยุดปุ๋ยเมื่อต้นมีอาการโคนหรือรากเน่า

วิธีขยายพันธุ์ใบบัวบกด้วยไหล

การแยกไหลเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เพราะตามข้อของไหลมักมีรากและใบอ่อนเกิดขึ้นแล้ว สามารถตัดแยกไปปลูกในกระถางหรือแปลงใหม่ได้ทันที

ไหลของต้นใบบัวบกที่ใช้แยกขยายพันธุ์
เลือกไหลที่มีรากและใบติดอยู่ จะช่วยให้ต้นใหม่ตั้งตัวได้เร็ว
  1. เลือกไหลที่แข็งแรงและไม่มีโรค
  2. เลือกข้อที่มีรากและใบติดอยู่
  3. ใช้กรรไกรสะอาดตัดไหลออกจากต้นแม่
  4. ปลูกส่วนรากลงในดินร่วนชื้น
  5. ไม่ควรฝังใบหรือยอดลงในดิน
  6. รดน้ำให้ชุ่มหลังปลูก
  7. วางในแสงรำไรช่วงแรก
  8. เมื่อต้นแตกใบใหม่จึงค่อยเพิ่มแสงแดด

ขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอ

เมื่อต้นขึ้นแน่นเต็มกระถาง สามารถนำทั้งกอออกแล้วแบ่งเป็นส่วนย่อย โดยให้แต่ละส่วนมีราก ไหล และใบติดอยู่ วิธีนี้ช่วยลดความแน่นของต้นแม่และได้ต้นใหม่หลายกอ

  1. รดน้ำให้ดินชื้นก่อนแยกกอ
  2. ยกกอออกจากกระถางอย่างระมัดระวัง
  3. แบ่งกอด้วยมือหรืออุปกรณ์สะอาด
  4. ตัดรากที่ดำ เน่า หรือเสียหายออก
  5. นำแต่ละกอไปปลูกในดินใหม่
  6. รดน้ำและพักในแสงรำไร

ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

สามารถเพาะเมล็ดได้เช่นกัน แต่เมล็ดมีขนาดเล็กและต้องควบคุมความชื้นอย่างสม่ำเสมอ วิธีนี้ใช้เวลามากกว่าการแยกไหลและแยกกอ

  1. ใช้ดินเพาะเนื้อละเอียดและสะอาด
  2. รดน้ำให้ดินชื้นก่อนหว่านเมล็ด
  3. โปรยเมล็ดบาง ๆ บนผิวดิน
  4. กลบดินละเอียดเพียงเล็กน้อย
  5. ใช้ขวดพ่นละอองเพื่อไม่ให้เมล็ดกระเด็น
  6. วางในบริเวณสว่างแต่ไม่โดนแดดจัด
  7. ถอนแยกเมื่อต้นกล้าเริ่มเบียดกัน

ใบบัวบกใช้เวลากี่เดือนจึงเก็บได้

ระยะเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับขนาดต้นพันธุ์ สภาพอากาศ ดิน และการดูแล หากเริ่มปลูกจากไหลที่มีรากสมบูรณ์ ต้นมักตั้งตัวและแตกใบใหม่ได้เร็วกว่าการเพาะเมล็ด

โดยทั่วไปสามารถเริ่มทยอยเก็บเมื่อกอแข็งแรง แตกใบจำนวนมาก และมีไหลขยายเต็มพื้นที่แล้ว อาจใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือนตามสภาพการปลูก ไม่ควรรีบเก็บใบจำนวนมากในช่วงที่ต้นยังมีขนาดเล็ก

วิธีเก็บเกี่ยวใบบัวบก

  1. เลือกใบที่โตเต็มที่แต่ยังไม่แก่หรือเหลือง
  2. ใช้กรรไกรสะอาดตัดก้านเหนือโคนเล็กน้อย
  3. ไม่ดึงแรงจนไหลหรือรากหลุดขึ้นมา
  4. เก็บจากหลายส่วนของกอสลับกัน
  5. เหลือใบไว้ให้ต้นสังเคราะห์แสงอย่างเพียงพอ
  6. นำใบที่มีโรคหรือแมลงทำลายออกจากแปลง
  7. ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายครั้งก่อนรับประทาน
ไม่ควรเก็บหมดทั้งกอ: เก็บครั้งละประมาณหนึ่งในสามของใบทั้งหมด แล้วปล่อยให้ต้นสร้างใบรุ่นใหม่ก่อนเก็บรอบถัดไป

วิธีดูแลให้แตกใบแน่น

  • ให้แดดเช้าหรือแสงรำไรอย่างเพียงพอ
  • รักษาดินให้ชื้นสม่ำเสมอ
  • ไม่ปล่อยให้น้ำขังในกระถาง
  • เติมปุ๋ยหมักเก่าในปริมาณพอเหมาะ
  • ตัดใบแก่และใบเป็นโรคออก
  • แยกกอเมื่อขึ้นแน่นเกินไป
  • เว้นระยะให้มีอากาศถ่ายเท
  • ป้องกันหอยทากและแมลงกัดกินใบ
  • เปลี่ยนดินเมื่อดินแน่นหรือเสื่อมสภาพ

ปัญหาที่พบบ่อย

อาการ สาเหตุที่เป็นไปได้ แนวทางแก้ไข
ใบเหลือง น้ำมาก ดินแน่น รากแน่น หรือใบแก่ ตรวจดิน ลดน้ำ แยกกอ และตัดใบเสียออก
ขอบใบไหม้ แดดแรงหรือดินแห้งมาก ลดแดดบ่ายและรักษาความชื้นสม่ำเสมอ
ก้านใบยืดยาว แสงไม่เพียงพอ เพิ่มแดดเช้าทีละน้อยและลดความแน่นของพุ่ม
โคนหรือไหลเน่า ดินแฉะ น้ำขัง หรืออากาศไม่ถ่ายเท ตัดส่วนเน่า ลดน้ำ และเปลี่ยนดินให้โปร่ง
ใบมีรูหรือรอยกัด หอยทาก หนอน หรือแมลงกัดกินใบ ตรวจช่วงเย็น เก็บตัวแมลง และลดจุดหลบซ่อน
ใบมีจุดหรือรอยด่าง เชื้อรา ความอับชื้น หรือแมลงดูดน้ำเลี้ยง ตัดใบเสีย เพิ่มอากาศถ่ายเท และตรวจใต้ใบ

ข้อควรระวังก่อนนำมารับประทาน

  • ตรวจให้แน่ใจว่าเป็นใบบัวบก ไม่ใช่พืชใบกลมชนิดอื่น
  • ไม่เก็บจากริมถนนหรือแหล่งน้ำเสีย
  • หลีกเลี่ยงต้นที่ฉีดพ่นสารเคมีซึ่งไม่เหมาะกับพืชอาหาร
  • ล้างใบ ก้าน และส่วนโคนให้สะอาดหลายครั้ง
  • นำใบที่เน่า เป็นโรค หรือถูกแมลงทำลายรุนแรงออก
  • ไม่ควรรับประทานหรือใช้สารสกัดเข้มข้นติดต่อกันโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

สรุป

ใบบัวบกเป็นผักพื้นบ้านและพืชทอดเลื้อยที่ปลูกได้ง่ายในพื้นที่ชื้น สามารถปลูกลงแปลง กระถางทรงกว้าง หรือกระถางแขวนได้ จุดสำคัญคือควรให้แดดเช้าหรือแสงรำไร ใช้ดินร่วนที่เก็บความชื้นได้ และไม่ปล่อยให้น้ำขัง

การขยายพันธุ์ที่สะดวกที่สุดคือการแยกไหลหรือแยกกอ เพราะได้ต้นที่มีรากติดอยู่และตั้งตัวเร็ว เมื่อต้นแตกใบแน่นจึงค่อยทยอยเก็บ โดยเหลือใบไว้ให้ต้นสร้างอาหารและแตกใบรุ่นต่อไป

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกใบบัวบก

1. ใบบัวบกควรปลูกกลางแดดหรือในร่ม
ใบบัวบกเหมาะกับแดดเช้าหรือแสงรำไรประมาณ 3–5 ชั่วโมงต่อวัน หากปลูกในร่มมืด ก้านใบจะยืดและพุ่มไม่แน่น แต่ถ้าได้รับแดดบ่ายแรงเกินไป ใบอาจไหม้หรือเหี่ยวได้ โดยเฉพาะต้นที่ปลูกในกระถางเล็ก
2. ใบบัวบกต้องรดน้ำวันละกี่ครั้ง
ไม่ควรกำหนดจำนวนครั้งตายตัว ควรตรวจหน้าดินก่อนรด หากดินเริ่มแห้งจึงรดให้ชุ่ม ช่วงอากาศร้อนอาจต้องตรวจเช้าและเย็น แต่ถ้าดินยังชื้นไม่ควรรดซ้ำ เพราะน้ำขังอาจทำให้ไหลและรากเน่าได้
3. ใบบัวบกกับแว่นแก้วดูต่างกันอย่างไร
ใบบัวบกมีใบคล้ายรูปไตหรือพัด บริเวณโคนใบเว้าเข้าหาจุดเชื่อมของก้าน และขอบใบหยักมน ส่วนแว่นแก้วมักมีใบกลมคล้ายเหรียญ โดยก้านใบเชื่อมใกล้กลางแผ่นใบด้านล่าง หากไม่แน่ใจไม่ควรนำต้นที่พบมารับประทาน

ความคิดเห็น

×