ขึ้นฉ่าย ประโยชน์ วิธีปลูกและดูแลให้ต้นแข็งแรง เก็บกินได้นาน
ขึ้นฉ่าย เป็นผักสวนครัวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คนไทยนิยมนำทั้งใบและก้านมาใช้ประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นผัดขึ้นฉ่าย ต้ม ซุป แกงจืด ยำ หรือใช้แต่งกลิ่นอาหารทะเล โดยเฉพาะเมนูปลาและอาหารที่ต้องการกลิ่นสมุนไพรสดชื่น
นอกจากเป็นผักที่ใช้ทำอาหารได้หลากหลายแล้ว ขึ้นฉ่ายยังมีพลังงานต่ำ มีใยอาหาร และมีแร่ธาตุหลายชนิด จึงเหมาะสำหรับนำมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายและสมดุล
สำหรับคนที่ชอบปลูกผักสวนครัว ขึ้นฉ่ายสามารถปลูกได้ทั้งในแปลงและกระถาง แต่ต้องใส่ใจเรื่องน้ำมากกว่าผักบางชนิด เพราะขึ้นฉ่ายชอบดินที่มีความชื้นสม่ำเสมอ หากปล่อยให้ดินแห้งบ่อย ต้นอาจโตช้า ก้านเล็ก และเหนียวขึ้น
ขึ้นฉ่าย คืออะไร
ขึ้นฉ่ายเป็นพืชในวงศ์เดียวกับผักชี แครอต และพาร์สลีย์ มีใบสีเขียวแตกเป็นแฉก ก้านใบมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถใช้รับประทานได้ทั้งใบและก้าน
- ชื่อไทย: ขึ้นฉ่าย, คื่นฉ่าย
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Apium graveolens L.
- ชื่อภาษาอังกฤษ: Celery
- วงศ์: Apiaceae
- ประเภท: พืชล้มลุก
- ส่วนที่ใช้รับประทาน: ใบ ก้าน และลำต้น
- การขยายพันธุ์: เมล็ด
ขึ้นฉ่ายไทยกับเซเลอรีต่างกันอย่างไร
ขึ้นฉ่ายที่คนไทยใช้ประกอบอาหารมักมีต้นและก้านค่อนข้างเล็ก ใบมาก และมีกลิ่นค่อนข้างชัด จึงนิยมใช้ในอาหารไทยและอาหารจีน
ส่วน เซเลอรี (Celery) ที่พบตามซูเปอร์มาร์เก็ต มักเป็นพันธุ์ที่ได้รับการคัดเลือกให้มีก้านใหญ่ หนา กรอบ และนิยมรับประทานก้านเป็นหลัก
ทั้งสองแบบอยู่ในกลุ่มของ Apium graveolens แต่มีลักษณะและการใช้ประโยชน์แตกต่างกันตามพันธุ์ที่ปลูก
คุณค่าทางโภชนาการของขึ้นฉ่าย
ขึ้นฉ่ายเป็นผักที่ให้พลังงานไม่สูง แต่มีสารอาหารหลายชนิดที่ร่างกายต้องการ
ในขึ้นฉ่ายสดประมาณ 100 กรัม สามารถพบสารอาหาร เช่น
- ใยอาหาร
- โพแทสเซียม
- แคลเซียม
- ฟอสฟอรัส
- ธาตุเหล็ก
- วิตามินซี
ขึ้นฉ่ายจึงเหมาะสำหรับนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร ร่วมกับผัก ผลไม้ โปรตีน และอาหารชนิดอื่นอย่างหลากหลาย
ประโยชน์ของขึ้นฉ่าย
1. ให้พลังงานต่ำ
ขึ้นฉ่ายมีน้ำเป็นองค์ประกอบในปริมาณมาก และให้พลังงานค่อนข้างต่ำ จึงสามารถนำมาเพิ่มปริมาณผักในมื้ออาหารได้ง่าย
2. มีใยอาหาร
ใยอาหารเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่มีความสำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร การรับประทานผักหลายชนิดรวมถึงขึ้นฉ่าย ช่วยเพิ่มปริมาณใยอาหารในอาหารประจำวัน
3. มีโพแทสเซียม
โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทต่อการทำงานตามปกติ ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ รวมถึงเกี่ยวข้องกับสมดุลของของเหลวในร่างกาย
4. มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส
ขึ้นฉ่ายมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณหนึ่ง ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องได้รับจากอาหาร
5. มีวิตามินซี
วิตามินซีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน และช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
6. ช่วยเพิ่มกลิ่นและรสให้อาหาร
ขึ้นฉ่ายมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จึงสามารถใช้เพิ่มรสและกลิ่นให้อาหาร โดยอาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรุงบางประเภทในบางเมนูได้
ขึ้นฉ่ายช่วยลดความดันได้จริงหรือไม่
เรามักพบข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่าขึ้นฉ่ายสามารถช่วยลดความดันโลหิต หรือนำไปใช้รักษาโรคต่างๆ แต่ไม่ควรนำข้อมูลดังกล่าวไปตีความว่า การรับประทานขึ้นฉ่ายสามารถใช้แทนยา หรือการรักษาที่แพทย์กำหนดได้
วิธีที่เหมาะสมคือรับประทานขึ้นฉ่าย เป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล ร่วมกับผักและอาหารอื่นๆ
วิธีปลูกขึ้นฉ่ายจากเมล็ด
ขึ้นฉ่ายนิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด แต่เมล็ดมีขนาดเล็กและอาจใช้เวลาในการงอกนานกว่าผักสวนครัวบางชนิด จึงควรรักษาความชื้นอย่างสม่ำเสมอในช่วงเพาะเมล็ด
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- เมล็ดพันธุ์ขึ้นฉ่าย
- ถาดเพาะหรือกระถาง
- ดินเพาะเมล็ด
- ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า
- บัวรดน้ำหรือขวดสเปรย์
ขั้นตอนการเพาะเมล็ด
- เตรียมวัสดุเพาะที่ร่วนและสะอาด
- ทำให้ดินมีความชื้นก่อนหว่านเมล็ด
- โรยเมล็ดให้กระจาย ไม่ควรหว่านแน่นเกินไป
- กลบดินบางมาก เพราะเมล็ดมีขนาดเล็ก
- ใช้สเปรย์หรือบัวฝอยรดน้ำอย่างเบามือ
- รักษาความชื้นของวัสดุเพาะอย่างต่อเนื่อง
- วางในบริเวณสว่างและมีอากาศถ่ายเท
เมล็ดขึ้นฉ่ายอาจใช้เวลางอกประมาณ 2–3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความชื้น และคุณภาพของเมล็ด จึงไม่ควรรีบทิ้งถาดเพาะหากเมล็ดยังไม่งอกในช่วงแรก
เมื่อไหร่ควรย้ายต้นกล้า
เมื่อต้นกล้ามีใบจริงหลายใบและระบบรากเริ่มแข็งแรง สามารถย้ายลงกระถางหรือแปลงปลูกได้
ควรย้ายอย่างระมัดระวัง เพราะต้นกล้าขึ้นฉ่ายมีขนาดเล็กและรากค่อนข้างบอบบาง
หลังย้ายควรรดน้ำทันที และในช่วงแรกอาจพรางแสงเล็กน้อย จนกว่าต้นจะตั้งตัวได้ดี
ดินปลูกขึ้นฉ่ายควรเป็นแบบไหน
ขึ้นฉ่ายชอบดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีอินทรียวัตถุ และสามารถเก็บความชื้นได้ดี แต่ในขณะเดียวกันต้องระบายน้ำได้
ตัวอย่างส่วนผสมดินสำหรับปลูกในกระถาง
- ดินปลูก 2 ส่วน
- ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน
- กาบมะพร้าวสับหรือวัสดุช่วยเก็บความชื้น 1 ส่วน
สิ่งสำคัญคือดินไม่ควรแห้งเร็วเกินไป และไม่ควรแน่นจนทำให้เกิดน้ำขังหรือรากขาดอากาศ
วิธีปลูกขึ้นฉ่ายในกระถาง
ขึ้นฉ่ายสามารถปลูกในกระถางได้ จึงเหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ระเบียง หรือสวนครัวขนาดเล็ก
ควรเลือกกระถางที่
- มีรูระบายน้ำ
- ลึกประมาณ 20 เซนติเมตรขึ้นไป
- มีพื้นที่เพียงพอให้ต้นแตกกอ
- สามารถรักษาความชื้นของดินได้ดี
หากปลูกหลายต้นในกระถางเดียว ควรเว้นระยะประมาณ 15–25 เซนติเมตร เพื่อช่วยให้ต้นได้รับแสงและอากาศอย่างทั่วถึง
ขึ้นฉ่ายชอบแดดหรือร่ม
ขึ้นฉ่ายเจริญได้ดีในบริเวณที่มีแสงแดดเพียงพอ แต่สำหรับประเทศไทยที่อากาศร้อน การได้รับแดดช่วงเช้าและมีร่มบางส่วนในช่วงบ่าย อาจช่วยลดความเครียดจากอุณหภูมิสูงได้
หากได้รับแสงน้อยเกินไป ต้นอาจยืดยาว ก้านอ่อน และเจริญเติบโตช้า
แต่หากแดดแรงและอากาศร้อนจัดตลอดวัน โดยเฉพาะต้นในกระถาง ดินอาจสูญเสียน้ำเร็วและทำให้ต้นเหี่ยวได้
ขึ้นฉ่ายต้องการน้ำมากไหม
ขึ้นฉ่ายเป็นผักที่ต้องการความชื้นค่อนข้างสม่ำเสมอ จึงไม่ควรปล่อยให้ดินแห้งเป็นเวลานาน
การขาดน้ำอาจทำให้
- ก้านมีขนาดเล็ก
- ก้านเหนียวมากขึ้น
- ต้นเติบโตช้า
- ใบเหี่ยว
- คุณภาพผลผลิตลดลง
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรดน้ำจนดินมีน้ำขังตลอดเวลา เพราะอาจทำให้รากมีปัญหาและเพิ่มโอกาสเกิดโรค
วิธีรดน้ำที่เหมาะสม
ตรวจความชื้นของดินทุกวัน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน หากผิวดินเริ่มแห้งควรรดน้ำให้ทั่ว
กระถางที่อยู่กลางแดดอาจต้องรดน้ำบ่อยกว่าต้นที่ปลูกลงแปลง จึงควรดูสภาพดินจริงมากกว่ากำหนดตารางตายตัว
คลุมดินช่วยปลูกขึ้นฉ่ายได้อย่างไร
การคลุมดินด้วยวัสดุอินทรีย์ เช่น ฟาง ใบไม้แห้ง หรือปุ๋ยหมัก สามารถช่วยลดการระเหยของน้ำ และช่วยรักษาความชื้นบริเวณราก
แต่ไม่ควรกองวัสดุคลุมชิดโคนต้นมากเกินไป เพราะความชื้นสะสมอาจทำให้โคนต้นเน่าได้
ขึ้นฉ่ายควรใส่ปุ๋ยอะไร
ขึ้นฉ่ายชอบดินที่มีธาตุอาหารเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อปลูกเพื่อเก็บใบและก้าน
สามารถใช้
- ปุ๋ยหมัก
- ปุ๋ยคอกเก่าที่สลายตัวดีแล้ว
- ปุ๋ยสำหรับผักใบ
- ปุ๋ยละลายช้าตามอัตราที่ผู้ผลิตกำหนด
หากเตรียมดินด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก อาจไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยจำนวนมาก
ไม่ควรเร่งปุ๋ยมากเกินไป เพราะอาจทำให้รากเสียหาย หรือเกิดการสะสมของเกลือในดิน โดยเฉพาะการปลูกในกระถาง
วิธีเก็บเกี่ยวขึ้นฉ่าย
เมื่อขึ้นฉ่ายมีขนาดเหมาะสม สามารถเลือกเก็บได้ 2 วิธี
เก็บทีละก้าน
ใช้กรรไกรสะอาดตัดก้านด้านนอกบริเวณโคนต้น และเหลือใบกับยอดตรงกลางไว้ ต้นสามารถสร้างก้านใหม่ต่อได้
เก็บทั้งต้น
หากต้นมีขนาดเต็มที่ สามารถถอนหรือใช้มีดตัดบริเวณโคนเพื่อเก็บทั้งกอ แล้วนำไปประกอบอาหารได้
ขึ้นฉ่ายปลูกกี่วันเก็บได้
ขึ้นฉ่ายเป็นผักที่ใช้เวลาในการปลูกมากกว่าผักใบโตเร็วบางชนิด เพราะช่วงเพาะเมล็ดและต้นกล้าค่อนข้างช้า
ระยะเก็บเกี่ยวจริงจะแตกต่างกันตามสายพันธุ์ อุณหภูมิ การให้น้ำ แสง และวิธีปลูก จึงควรดูขนาดของต้นและก้านเป็นหลัก มากกว่ายึดจำนวนวันเพียงอย่างเดียว
ทำอย่างไรให้ขึ้นฉ่ายแตกกอสวย
- ปลูกในดินที่อุดมสมบูรณ์
- รักษาความชื้นอย่างสม่ำเสมอ
- ให้ได้รับแสงเพียงพอ
- อย่าปลูกแน่นเกินไป
- ใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสม
- ตัดใบแก่หรือใบที่เป็นโรคออก
- ทยอยเก็บก้านด้านนอกและเหลือยอดกลางไว้
ขึ้นฉ่ายใบเหลืองเกิดจากอะไร
อาการใบเหลืองสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- ดินแฉะและรากขาดอากาศ
- รดน้ำน้อยเกินไป
- ขาดธาตุอาหาร
- รากแน่นกระถาง
- อากาศร้อนจัด
- โรคพืช
- ใบแก่ตามธรรมชาติ
จึงควรตรวจสภาพดิน ราก น้ำ และแสง ก่อนรีบเพิ่มปุ๋ย
ก้านขึ้นฉ่ายเล็กและเหนียวเกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบบ่อยคือการได้รับน้ำไม่สม่ำเสมอ เพราะขึ้นฉ่ายต้องการความชื้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ก้านขยายตัวได้ดี
นอกจากนี้ยังอาจเกิดจาก
- ดินมีธาตุอาหารไม่เพียงพอ
- ต้นปลูกแน่นเกินไป
- อากาศร้อนเกินไป
- ปล่อยต้นแก่เกินระยะเก็บเกี่ยว
โรคและแมลงที่พบในขึ้นฉ่าย
แมลงศัตรูที่อาจพบได้ เช่น
- เพลี้ยอ่อน
- หนอนกินใบ
- ทากและหอย
- แมลงศัตรูผักทั่วไป
โรคที่ควรระวังมักสัมพันธ์กับความชื้นสูง และการระบายน้ำไม่ดี เช่น โรครากเน่าและโรคใบ
วิธีลดปัญหา
- ไม่ปลูกแน่นจนเกินไป
- ให้อากาศถ่ายเทรอบต้น
- ใช้ดินที่ระบายน้ำดี
- เก็บใบที่เป็นโรคออกจากแปลง
- ตรวจใต้ใบและยอดอ่อนเป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงน้ำขัง
ขึ้นฉ่ายปลูกจากโคนที่ซื้อจากตลาดได้ไหม
สามารถทดลองนำโคนขึ้นฉ่ายที่ยังสมบูรณ์มาแช่น้ำ เพื่อกระตุ้นให้เกิดยอดใหม่ได้
แต่การปลูกแบบนี้เหมาะสำหรับการทดลองปลูกหรือเก็บยอดใหม่ในระยะสั้น หากต้องการให้ต้นแข็งแรงในระยะยาว ควรย้ายลงดินเมื่อเริ่มมีรากใหม่
วิธีทดลองปลูกจากโคน
- ตัดก้านขึ้นฉ่ายโดยเหลือโคนไว้ประมาณ 4–5 เซนติเมตร
- วางโคนลงในภาชนะตื้น
- เติมน้ำให้สัมผัสเฉพาะส่วนล่างของโคน
- วางในบริเวณสว่างแต่ไม่โดนแดดแรง
- เปลี่ยนน้ำเป็นประจำ
- เมื่อมีรากและยอดใหม่ จึงย้ายลงกระถาง
ขึ้นฉ่ายเหมาะปลูกช่วงไหนในประเทศไทย
ขึ้นฉ่ายสามารถปลูกได้หลายช่วงของปี แต่เป็นพืชที่ชอบอากาศค่อนข้างเย็นถึงอบอุ่น การปลูกในช่วงอากาศไม่ร้อนจัดมักดูแลง่ายกว่า
หากปลูกในช่วงฤดูร้อน ควรเน้นเรื่องการรักษาความชื้น และหลีกเลี่ยงแดดบ่ายที่ร้อนจัดในต้นที่ปลูกในกระถาง
ส่วนฤดูฝนต้องระวังน้ำขังและความชื้นสะสม ซึ่งอาจเพิ่มปัญหาโรคพืช
ขึ้นฉ่ายนำไปทำอาหารอะไรได้บ้าง
- ปลาผัดขึ้นฉ่าย
- เต้าหู้ผัดขึ้นฉ่าย
- ต้มจืด
- ซุป
- ยำ
- ผัดผัก
- อาหารทะเลผัดขึ้นฉ่าย
- ใช้โรยหรือแต่งกลิ่นอาหาร
ใบและก้านขึ้นฉ่ายมีกลิ่นหอมค่อนข้างชัด จึงไม่จำเป็นต้องใช้ในปริมาณมาก โดยเฉพาะเมนูที่ต้องการให้กลิ่นของวัตถุดิบหลักยังเด่นอยู่
ข้อควรระวังในการรับประทานขึ้นฉ่าย
ขึ้นฉ่ายเป็นอาหารที่คนทั่วไปสามารถรับประทานได้ แต่ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ขึ้นฉ่าย หรือพืชในกลุ่มเดียวกันควรหลีกเลี่ยง
นอกจากนี้ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านอาหาร หรือใช้ยาที่จำเป็นต้องควบคุมสารอาหารบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร หากต้องการรับประทานขึ้นฉ่ายในปริมาณมากเป็นประจำ
7 เคล็ดลับปลูกขึ้นฉ่ายให้โตสวย
- อย่าปล่อยให้ดินแห้ง ขึ้นฉ่ายต้องการความชื้นสม่ำเสมอ
- ใช้ดินอุดมสมบูรณ์ และมีอินทรียวัตถุ
- ดินต้องระบายน้ำได้ แม้ขึ้นฉ่ายชอบน้ำแต่ไม่ชอบรากแช่น้ำ
- ให้แสงเพียงพอ แต่ในช่วงอากาศร้อนจัดควรระวังแดดบ่าย
- อย่าปลูกแน่น เพื่อให้อากาศถ่ายเท
- เก็บก้านด้านนอกก่อน หากต้องการให้ต้นแตกก้านต่อ
- ตรวจโรคและแมลงสม่ำเสมอ โดยเฉพาะใต้ใบและโคนต้น
สรุป
ขึ้นฉ่าย (Apium graveolens L.) เป็นผักสวนครัวกลิ่นหอมที่ใช้ประกอบอาหารไทยและอาหารจีนได้หลากหลาย มีพลังงานต่ำ มีใยอาหาร และให้แร่ธาตุอย่างโพแทสเซียมและแคลเซียม รวมถึงวิตามินซีในปริมาณหนึ่ง
ขึ้นฉ่ายสามารถปลูกได้ทั้งในแปลงและกระถาง แต่หัวใจสำคัญคือ ดินต้องอุดมสมบูรณ์ รักษาความชื้นได้ดี ได้รับน้ำสม่ำเสมอ และมีการระบายน้ำที่เหมาะสม
หากปล่อยให้ดินแห้งบ่อย ก้านอาจมีขนาดเล็กและเหนียวขึ้น ดังนั้นผู้ปลูกควรตรวจความชื้นเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนและการปลูกในกระถาง เมื่อดูแลอย่างเหมาะสมก็สามารถทยอยเก็บใบและก้านสด มาใช้ประกอบอาหารได้อย่างต่อเนื่อง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขึ้นฉ่าย
1. ขึ้นฉ่ายชอบแดดหรือร่ม?
ขึ้นฉ่ายต้องการแสงเพียงพอและสามารถปลูกกลางแจ้งได้ แต่ในประเทศไทยที่อากาศร้อนมาก ต้นในกระถางอาจเหมาะกับแดดช่วงเช้าและมีร่มบางส่วนในช่วงบ่าย สิ่งสำคัญคือต้องไม่ปลูกในบริเวณมืดจนต้นยืดและอ่อนแอ
2. ขึ้นฉ่ายต้องรดน้ำทุกวันไหม?
ขึ้นฉ่ายชอบความชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าต้องรดวันละครั้งเสมอ ควรตรวจสภาพดินเป็นหลัก หากหน้าดินเริ่มแห้งควรรดน้ำให้ทั่ว โดยไม่ปล่อยให้มีน้ำขังบริเวณราก
3. ขึ้นฉ่ายที่ซื้อจากตลาดนำกลับมาปลูกได้ไหม?
สามารถทดลองนำส่วนโคนที่ยังสมบูรณ์มาแช่น้ำเพื่อให้แตกยอดและรากใหม่ได้ เมื่อมีรากแล้วควรย้ายลงดินเพื่อให้ได้รับธาตุอาหารและเจริญเติบโตต่อในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความสดและสภาพของโคนต้นเดิม

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ใส่คำแนะนำในส่วนนี้ได้เลยค่ะ