กรุงเทพมหานคร กำลังโหลดข้อมูลสภาพอากาศ...
--°C
รู้สึกเหมือน--°C
ความชื้น--%
โอกาสฝน--%
ความเร็วลม-- กม./ชม.
🌱 คำแนะนำ: กำลังประเมินสภาพอากาศสำหรับการดูแลต้นไม้
ข้อมูลจาก Open-Meteo
🌿 Plant Clinic

ต้นไม้มีปัญหา? เริ่มวิเคราะห์ที่นี่

ใบเหลือง ใบหงิก ไม่แตกยอด รากเน่า ใบเป็นจุด ต้นโทรม หรือมีแมลง เลือกอาการและสภาพแวดล้อมที่พบ เพื่อให้ Plant Clinic ช่วยวิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้นและแนะนำสิ่งที่ควรตรวจต่อ

ใช้งานฟรี • ไม่ต้องสมัครสมาชิก • วิเคราะห์จากอาการ แสง น้ำ ดิน การระบายน้ำ และสภาพแวดล้อม
วิเคราะห์ง่าย ๆ ใน 4 ขั้นตอน
1เลือกอาการที่พบกับต้นไม้
2ระบุแสง น้ำ ดิน และบริเวณปลูก
3ตรวจข้อมูลแมลงและระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ
4ดูสาเหตุที่เป็นไปได้และแนวทางแก้เบื้องต้น

ขึ้นฉ่าย ประโยชน์ วิธีปลูกและดูแลให้ต้นแข็งแรง เก็บกินได้นาน

ต้นขึ้นฉ่าย

ขึ้นฉ่าย เป็นผักสวนครัวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คนไทยนิยมนำทั้งใบและก้านมาใช้ประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นผัดขึ้นฉ่าย ต้ม ซุป แกงจืด ยำ หรือใช้แต่งกลิ่นอาหารทะเล โดยเฉพาะเมนูปลาและอาหารที่ต้องการกลิ่นสมุนไพรสดชื่น

นอกจากเป็นผักที่ใช้ทำอาหารได้หลากหลายแล้ว ขึ้นฉ่ายยังมีพลังงานต่ำ มีใยอาหาร และมีแร่ธาตุหลายชนิด จึงเหมาะสำหรับนำมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายและสมดุล

สำหรับคนที่ชอบปลูกผักสวนครัว ขึ้นฉ่ายสามารถปลูกได้ทั้งในแปลงและกระถาง แต่ต้องใส่ใจเรื่องน้ำมากกว่าผักบางชนิด เพราะขึ้นฉ่ายชอบดินที่มีความชื้นสม่ำเสมอ หากปล่อยให้ดินแห้งบ่อย ต้นอาจโตช้า ก้านเล็ก และเหนียวขึ้น

ขึ้นฉ่าย คืออะไร

ขึ้นฉ่ายเป็นพืชในวงศ์เดียวกับผักชี แครอต และพาร์สลีย์ มีใบสีเขียวแตกเป็นแฉก ก้านใบมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถใช้รับประทานได้ทั้งใบและก้าน

  • ชื่อไทย: ขึ้นฉ่าย, คื่นฉ่าย
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Apium graveolens L.
  • ชื่อภาษาอังกฤษ: Celery
  • วงศ์: Apiaceae
  • ประเภท: พืชล้มลุก
  • ส่วนที่ใช้รับประทาน: ใบ ก้าน และลำต้น
  • การขยายพันธุ์: เมล็ด

ขึ้นฉ่ายไทยกับเซเลอรีต่างกันอย่างไร

ขึ้นฉ่ายที่คนไทยใช้ประกอบอาหารมักมีต้นและก้านค่อนข้างเล็ก ใบมาก และมีกลิ่นค่อนข้างชัด จึงนิยมใช้ในอาหารไทยและอาหารจีน

ส่วน เซเลอรี (Celery) ที่พบตามซูเปอร์มาร์เก็ต มักเป็นพันธุ์ที่ได้รับการคัดเลือกให้มีก้านใหญ่ หนา กรอบ และนิยมรับประทานก้านเป็นหลัก

ทั้งสองแบบอยู่ในกลุ่มของ Apium graveolens แต่มีลักษณะและการใช้ประโยชน์แตกต่างกันตามพันธุ์ที่ปลูก

คุณค่าทางโภชนาการของขึ้นฉ่าย

ขึ้นฉ่ายเป็นผักที่ให้พลังงานไม่สูง แต่มีสารอาหารหลายชนิดที่ร่างกายต้องการ

ในขึ้นฉ่ายสดประมาณ 100 กรัม สามารถพบสารอาหาร เช่น

  • ใยอาหาร
  • โพแทสเซียม
  • แคลเซียม
  • ฟอสฟอรัส
  • ธาตุเหล็ก
  • วิตามินซี

ขึ้นฉ่ายจึงเหมาะสำหรับนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร ร่วมกับผัก ผลไม้ โปรตีน และอาหารชนิดอื่นอย่างหลากหลาย

ประโยชน์ของขึ้นฉ่าย

1. ให้พลังงานต่ำ

ขึ้นฉ่ายมีน้ำเป็นองค์ประกอบในปริมาณมาก และให้พลังงานค่อนข้างต่ำ จึงสามารถนำมาเพิ่มปริมาณผักในมื้ออาหารได้ง่าย

2. มีใยอาหาร

ใยอาหารเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่มีความสำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร การรับประทานผักหลายชนิดรวมถึงขึ้นฉ่าย ช่วยเพิ่มปริมาณใยอาหารในอาหารประจำวัน

3. มีโพแทสเซียม

โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทต่อการทำงานตามปกติ ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ รวมถึงเกี่ยวข้องกับสมดุลของของเหลวในร่างกาย

4. มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส

ขึ้นฉ่ายมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณหนึ่ง ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องได้รับจากอาหาร

5. มีวิตามินซี

วิตามินซีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน และช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

6. ช่วยเพิ่มกลิ่นและรสให้อาหาร

ขึ้นฉ่ายมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จึงสามารถใช้เพิ่มรสและกลิ่นให้อาหาร โดยอาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรุงบางประเภทในบางเมนูได้

ขึ้นฉ่ายช่วยลดความดันได้จริงหรือไม่

เรามักพบข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่าขึ้นฉ่ายสามารถช่วยลดความดันโลหิต หรือนำไปใช้รักษาโรคต่างๆ แต่ไม่ควรนำข้อมูลดังกล่าวไปตีความว่า การรับประทานขึ้นฉ่ายสามารถใช้แทนยา หรือการรักษาที่แพทย์กำหนดได้

วิธีที่เหมาะสมคือรับประทานขึ้นฉ่าย เป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล ร่วมกับผักและอาหารอื่นๆ

วิธีปลูกขึ้นฉ่ายจากเมล็ด

ขึ้นฉ่ายนิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด แต่เมล็ดมีขนาดเล็กและอาจใช้เวลาในการงอกนานกว่าผักสวนครัวบางชนิด จึงควรรักษาความชื้นอย่างสม่ำเสมอในช่วงเพาะเมล็ด

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  • เมล็ดพันธุ์ขึ้นฉ่าย
  • ถาดเพาะหรือกระถาง
  • ดินเพาะเมล็ด
  • ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า
  • บัวรดน้ำหรือขวดสเปรย์

ขั้นตอนการเพาะเมล็ด

  1. เตรียมวัสดุเพาะที่ร่วนและสะอาด
  2. ทำให้ดินมีความชื้นก่อนหว่านเมล็ด
  3. โรยเมล็ดให้กระจาย ไม่ควรหว่านแน่นเกินไป
  4. กลบดินบางมาก เพราะเมล็ดมีขนาดเล็ก
  5. ใช้สเปรย์หรือบัวฝอยรดน้ำอย่างเบามือ
  6. รักษาความชื้นของวัสดุเพาะอย่างต่อเนื่อง
  7. วางในบริเวณสว่างและมีอากาศถ่ายเท

เมล็ดขึ้นฉ่ายอาจใช้เวลางอกประมาณ 2–3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความชื้น และคุณภาพของเมล็ด จึงไม่ควรรีบทิ้งถาดเพาะหากเมล็ดยังไม่งอกในช่วงแรก

เมื่อไหร่ควรย้ายต้นกล้า

เมื่อต้นกล้ามีใบจริงหลายใบและระบบรากเริ่มแข็งแรง สามารถย้ายลงกระถางหรือแปลงปลูกได้

ควรย้ายอย่างระมัดระวัง เพราะต้นกล้าขึ้นฉ่ายมีขนาดเล็กและรากค่อนข้างบอบบาง

หลังย้ายควรรดน้ำทันที และในช่วงแรกอาจพรางแสงเล็กน้อย จนกว่าต้นจะตั้งตัวได้ดี

ดินปลูกขึ้นฉ่ายควรเป็นแบบไหน

ขึ้นฉ่ายชอบดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีอินทรียวัตถุ และสามารถเก็บความชื้นได้ดี แต่ในขณะเดียวกันต้องระบายน้ำได้

ตัวอย่างส่วนผสมดินสำหรับปลูกในกระถาง

  • ดินปลูก 2 ส่วน
  • ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน
  • กาบมะพร้าวสับหรือวัสดุช่วยเก็บความชื้น 1 ส่วน

สิ่งสำคัญคือดินไม่ควรแห้งเร็วเกินไป และไม่ควรแน่นจนทำให้เกิดน้ำขังหรือรากขาดอากาศ

วิธีปลูกขึ้นฉ่ายในกระถาง

ขึ้นฉ่ายสามารถปลูกในกระถางได้ จึงเหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ระเบียง หรือสวนครัวขนาดเล็ก

ควรเลือกกระถางที่

  • มีรูระบายน้ำ
  • ลึกประมาณ 20 เซนติเมตรขึ้นไป
  • มีพื้นที่เพียงพอให้ต้นแตกกอ
  • สามารถรักษาความชื้นของดินได้ดี

หากปลูกหลายต้นในกระถางเดียว ควรเว้นระยะประมาณ 15–25 เซนติเมตร เพื่อช่วยให้ต้นได้รับแสงและอากาศอย่างทั่วถึง

ขึ้นฉ่ายชอบแดดหรือร่ม

ขึ้นฉ่ายเจริญได้ดีในบริเวณที่มีแสงแดดเพียงพอ แต่สำหรับประเทศไทยที่อากาศร้อน การได้รับแดดช่วงเช้าและมีร่มบางส่วนในช่วงบ่าย อาจช่วยลดความเครียดจากอุณหภูมิสูงได้

หากได้รับแสงน้อยเกินไป ต้นอาจยืดยาว ก้านอ่อน และเจริญเติบโตช้า

แต่หากแดดแรงและอากาศร้อนจัดตลอดวัน โดยเฉพาะต้นในกระถาง ดินอาจสูญเสียน้ำเร็วและทำให้ต้นเหี่ยวได้

ขึ้นฉ่ายต้องการน้ำมากไหม

ขึ้นฉ่ายเป็นผักที่ต้องการความชื้นค่อนข้างสม่ำเสมอ จึงไม่ควรปล่อยให้ดินแห้งเป็นเวลานาน

การขาดน้ำอาจทำให้

  • ก้านมีขนาดเล็ก
  • ก้านเหนียวมากขึ้น
  • ต้นเติบโตช้า
  • ใบเหี่ยว
  • คุณภาพผลผลิตลดลง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรดน้ำจนดินมีน้ำขังตลอดเวลา เพราะอาจทำให้รากมีปัญหาและเพิ่มโอกาสเกิดโรค

วิธีรดน้ำที่เหมาะสม

ตรวจความชื้นของดินทุกวัน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน หากผิวดินเริ่มแห้งควรรดน้ำให้ทั่ว

กระถางที่อยู่กลางแดดอาจต้องรดน้ำบ่อยกว่าต้นที่ปลูกลงแปลง จึงควรดูสภาพดินจริงมากกว่ากำหนดตารางตายตัว

คลุมดินช่วยปลูกขึ้นฉ่ายได้อย่างไร

การคลุมดินด้วยวัสดุอินทรีย์ เช่น ฟาง ใบไม้แห้ง หรือปุ๋ยหมัก สามารถช่วยลดการระเหยของน้ำ และช่วยรักษาความชื้นบริเวณราก

แต่ไม่ควรกองวัสดุคลุมชิดโคนต้นมากเกินไป เพราะความชื้นสะสมอาจทำให้โคนต้นเน่าได้

ขึ้นฉ่ายควรใส่ปุ๋ยอะไร

ขึ้นฉ่ายชอบดินที่มีธาตุอาหารเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อปลูกเพื่อเก็บใบและก้าน

สามารถใช้

  • ปุ๋ยหมัก
  • ปุ๋ยคอกเก่าที่สลายตัวดีแล้ว
  • ปุ๋ยสำหรับผักใบ
  • ปุ๋ยละลายช้าตามอัตราที่ผู้ผลิตกำหนด

หากเตรียมดินด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก อาจไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยจำนวนมาก

ไม่ควรเร่งปุ๋ยมากเกินไป เพราะอาจทำให้รากเสียหาย หรือเกิดการสะสมของเกลือในดิน โดยเฉพาะการปลูกในกระถาง

วิธีเก็บเกี่ยวขึ้นฉ่าย

เมื่อขึ้นฉ่ายมีขนาดเหมาะสม สามารถเลือกเก็บได้ 2 วิธี

เก็บทีละก้าน

ใช้กรรไกรสะอาดตัดก้านด้านนอกบริเวณโคนต้น และเหลือใบกับยอดตรงกลางไว้ ต้นสามารถสร้างก้านใหม่ต่อได้

เก็บทั้งต้น

หากต้นมีขนาดเต็มที่ สามารถถอนหรือใช้มีดตัดบริเวณโคนเพื่อเก็บทั้งกอ แล้วนำไปประกอบอาหารได้

ขึ้นฉ่ายปลูกกี่วันเก็บได้

ขึ้นฉ่ายเป็นผักที่ใช้เวลาในการปลูกมากกว่าผักใบโตเร็วบางชนิด เพราะช่วงเพาะเมล็ดและต้นกล้าค่อนข้างช้า

ระยะเก็บเกี่ยวจริงจะแตกต่างกันตามสายพันธุ์ อุณหภูมิ การให้น้ำ แสง และวิธีปลูก จึงควรดูขนาดของต้นและก้านเป็นหลัก มากกว่ายึดจำนวนวันเพียงอย่างเดียว

ทำอย่างไรให้ขึ้นฉ่ายแตกกอสวย

  1. ปลูกในดินที่อุดมสมบูรณ์
  2. รักษาความชื้นอย่างสม่ำเสมอ
  3. ให้ได้รับแสงเพียงพอ
  4. อย่าปลูกแน่นเกินไป
  5. ใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสม
  6. ตัดใบแก่หรือใบที่เป็นโรคออก
  7. ทยอยเก็บก้านด้านนอกและเหลือยอดกลางไว้

ขึ้นฉ่ายใบเหลืองเกิดจากอะไร

อาการใบเหลืองสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • ดินแฉะและรากขาดอากาศ
  • รดน้ำน้อยเกินไป
  • ขาดธาตุอาหาร
  • รากแน่นกระถาง
  • อากาศร้อนจัด
  • โรคพืช
  • ใบแก่ตามธรรมชาติ

จึงควรตรวจสภาพดิน ราก น้ำ และแสง ก่อนรีบเพิ่มปุ๋ย

ก้านขึ้นฉ่ายเล็กและเหนียวเกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยคือการได้รับน้ำไม่สม่ำเสมอ เพราะขึ้นฉ่ายต้องการความชื้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ก้านขยายตัวได้ดี

นอกจากนี้ยังอาจเกิดจาก

  • ดินมีธาตุอาหารไม่เพียงพอ
  • ต้นปลูกแน่นเกินไป
  • อากาศร้อนเกินไป
  • ปล่อยต้นแก่เกินระยะเก็บเกี่ยว

โรคและแมลงที่พบในขึ้นฉ่าย

แมลงศัตรูที่อาจพบได้ เช่น

  • เพลี้ยอ่อน
  • หนอนกินใบ
  • ทากและหอย
  • แมลงศัตรูผักทั่วไป

โรคที่ควรระวังมักสัมพันธ์กับความชื้นสูง และการระบายน้ำไม่ดี เช่น โรครากเน่าและโรคใบ

วิธีลดปัญหา

  • ไม่ปลูกแน่นจนเกินไป
  • ให้อากาศถ่ายเทรอบต้น
  • ใช้ดินที่ระบายน้ำดี
  • เก็บใบที่เป็นโรคออกจากแปลง
  • ตรวจใต้ใบและยอดอ่อนเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงน้ำขัง

ขึ้นฉ่ายปลูกจากโคนที่ซื้อจากตลาดได้ไหม

สามารถทดลองนำโคนขึ้นฉ่ายที่ยังสมบูรณ์มาแช่น้ำ เพื่อกระตุ้นให้เกิดยอดใหม่ได้

แต่การปลูกแบบนี้เหมาะสำหรับการทดลองปลูกหรือเก็บยอดใหม่ในระยะสั้น หากต้องการให้ต้นแข็งแรงในระยะยาว ควรย้ายลงดินเมื่อเริ่มมีรากใหม่

วิธีทดลองปลูกจากโคน

  1. ตัดก้านขึ้นฉ่ายโดยเหลือโคนไว้ประมาณ 4–5 เซนติเมตร
  2. วางโคนลงในภาชนะตื้น
  3. เติมน้ำให้สัมผัสเฉพาะส่วนล่างของโคน
  4. วางในบริเวณสว่างแต่ไม่โดนแดดแรง
  5. เปลี่ยนน้ำเป็นประจำ
  6. เมื่อมีรากและยอดใหม่ จึงย้ายลงกระถาง

ขึ้นฉ่ายเหมาะปลูกช่วงไหนในประเทศไทย

ขึ้นฉ่ายสามารถปลูกได้หลายช่วงของปี แต่เป็นพืชที่ชอบอากาศค่อนข้างเย็นถึงอบอุ่น การปลูกในช่วงอากาศไม่ร้อนจัดมักดูแลง่ายกว่า

หากปลูกในช่วงฤดูร้อน ควรเน้นเรื่องการรักษาความชื้น และหลีกเลี่ยงแดดบ่ายที่ร้อนจัดในต้นที่ปลูกในกระถาง

ส่วนฤดูฝนต้องระวังน้ำขังและความชื้นสะสม ซึ่งอาจเพิ่มปัญหาโรคพืช

ขึ้นฉ่ายนำไปทำอาหารอะไรได้บ้าง

  • ปลาผัดขึ้นฉ่าย
  • เต้าหู้ผัดขึ้นฉ่าย
  • ต้มจืด
  • ซุป
  • ยำ
  • ผัดผัก
  • อาหารทะเลผัดขึ้นฉ่าย
  • ใช้โรยหรือแต่งกลิ่นอาหาร

ใบและก้านขึ้นฉ่ายมีกลิ่นหอมค่อนข้างชัด จึงไม่จำเป็นต้องใช้ในปริมาณมาก โดยเฉพาะเมนูที่ต้องการให้กลิ่นของวัตถุดิบหลักยังเด่นอยู่

ข้อควรระวังในการรับประทานขึ้นฉ่าย

ขึ้นฉ่ายเป็นอาหารที่คนทั่วไปสามารถรับประทานได้ แต่ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ขึ้นฉ่าย หรือพืชในกลุ่มเดียวกันควรหลีกเลี่ยง

นอกจากนี้ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านอาหาร หรือใช้ยาที่จำเป็นต้องควบคุมสารอาหารบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร หากต้องการรับประทานขึ้นฉ่ายในปริมาณมากเป็นประจำ

7 เคล็ดลับปลูกขึ้นฉ่ายให้โตสวย

  1. อย่าปล่อยให้ดินแห้ง ขึ้นฉ่ายต้องการความชื้นสม่ำเสมอ
  2. ใช้ดินอุดมสมบูรณ์ และมีอินทรียวัตถุ
  3. ดินต้องระบายน้ำได้ แม้ขึ้นฉ่ายชอบน้ำแต่ไม่ชอบรากแช่น้ำ
  4. ให้แสงเพียงพอ แต่ในช่วงอากาศร้อนจัดควรระวังแดดบ่าย
  5. อย่าปลูกแน่น เพื่อให้อากาศถ่ายเท
  6. เก็บก้านด้านนอกก่อน หากต้องการให้ต้นแตกก้านต่อ
  7. ตรวจโรคและแมลงสม่ำเสมอ โดยเฉพาะใต้ใบและโคนต้น

สรุป

ขึ้นฉ่าย (Apium graveolens L.) เป็นผักสวนครัวกลิ่นหอมที่ใช้ประกอบอาหารไทยและอาหารจีนได้หลากหลาย มีพลังงานต่ำ มีใยอาหาร และให้แร่ธาตุอย่างโพแทสเซียมและแคลเซียม รวมถึงวิตามินซีในปริมาณหนึ่ง

ขึ้นฉ่ายสามารถปลูกได้ทั้งในแปลงและกระถาง แต่หัวใจสำคัญคือ ดินต้องอุดมสมบูรณ์ รักษาความชื้นได้ดี ได้รับน้ำสม่ำเสมอ และมีการระบายน้ำที่เหมาะสม

หากปล่อยให้ดินแห้งบ่อย ก้านอาจมีขนาดเล็กและเหนียวขึ้น ดังนั้นผู้ปลูกควรตรวจความชื้นเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนและการปลูกในกระถาง เมื่อดูแลอย่างเหมาะสมก็สามารถทยอยเก็บใบและก้านสด มาใช้ประกอบอาหารได้อย่างต่อเนื่อง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขึ้นฉ่าย

1. ขึ้นฉ่ายชอบแดดหรือร่ม?

ขึ้นฉ่ายต้องการแสงเพียงพอและสามารถปลูกกลางแจ้งได้ แต่ในประเทศไทยที่อากาศร้อนมาก ต้นในกระถางอาจเหมาะกับแดดช่วงเช้าและมีร่มบางส่วนในช่วงบ่าย สิ่งสำคัญคือต้องไม่ปลูกในบริเวณมืดจนต้นยืดและอ่อนแอ

2. ขึ้นฉ่ายต้องรดน้ำทุกวันไหม?

ขึ้นฉ่ายชอบความชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าต้องรดวันละครั้งเสมอ ควรตรวจสภาพดินเป็นหลัก หากหน้าดินเริ่มแห้งควรรดน้ำให้ทั่ว โดยไม่ปล่อยให้มีน้ำขังบริเวณราก

3. ขึ้นฉ่ายที่ซื้อจากตลาดนำกลับมาปลูกได้ไหม?

สามารถทดลองนำส่วนโคนที่ยังสมบูรณ์มาแช่น้ำเพื่อให้แตกยอดและรากใหม่ได้ เมื่อมีรากแล้วควรย้ายลงดินเพื่อให้ได้รับธาตุอาหารและเจริญเติบโตต่อในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความสดและสภาพของโคนต้นเดิม

ความคิดเห็น

×