มลพิษจากเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์สำนักงาน อันตรายไหม? วิธีลดความเสี่ยงในออฟฟิศ
การทำงานในสำนักงานทุกวันนี้เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน คอมพิวเตอร์ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
อุปกรณ์และวัสดุบางประเภทสามารถเป็นแหล่งของมลพิษทางอากาศภายในอาคารได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในพื้นที่ปิดที่มีการระบายอากาศไม่เพียงพอเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารบางรุ่นอาจปล่อย อนุภาคขนาดเล็กหรืออนุภาคละเอียด สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และในอุปกรณ์บางประเภทอาจมีโอโซน ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ สี กาว น้ำยาทำความสะอาด และวัสดุตกแต่งภายในก็สามารถเป็นแหล่งของ VOCs ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเครื่องพิมพ์ทุกเครื่องจะเป็นอันตราย ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่อง ปริมาณการใช้งาน การบำรุงรักษา ขนาดของห้อง ระบบระบายอากาศ และระยะเวลาที่ผู้ใช้งานอยู่ใกล้อุปกรณ์
มลพิษทางอากาศในสำนักงานมาจากไหน
เมื่อพูดถึงมลพิษภายในสำนักงาน หลายคนอาจคิดถึงเพียงฝุ่นจากภายนอก แต่ในความเป็นจริง ภายในอาคารเองก็มีแหล่งกำเนิดมลพิษหลายประเภท เช่น
- เครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร
- เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน
- หมึกพิมพ์และโทนเนอร์
- เฟอร์นิเจอร์ไม้ประกอบและวัสดุตกแต่ง
- สี กาว และสารเคลือบผิว
- น้ำยาทำความสะอาด
- สเปรย์ปรับอากาศ
- วัสดุสำนักงานบางประเภท
- ฝุ่นและเชื้อราจากพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
เครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารปล่อยอะไรออกมาบ้าง
ในระหว่างการทำงาน เครื่องพิมพ์หรือเครื่องถ่ายเอกสารบางชนิด อาจปล่อยสารหรืออนุภาคออกสู่อากาศในระดับที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่ใช้ความร้อนในการหลอมผงโทนเนอร์ลงบนกระดาษ
สารหรืออนุภาคที่อาจพบได้ ได้แก่
- อนุภาคขนาดเล็กและอนุภาคละเอียด
- สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs
- อนุภาคที่เกิดจากกระดาษและกระบวนการพิมพ์
- โอโซน ในอุปกรณ์บางประเภท โดยเฉพาะเทคโนโลยีบางรุ่น
- ฝุ่นโทนเนอร์ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนตลับ การรั่ว หรือการหก
ตารางมลพิษที่อาจพบจากอุปกรณ์สำนักงาน
| อุปกรณ์ | สิ่งที่อาจปล่อยออกมา | แนวทางลดความเสี่ยง |
|---|---|---|
| เครื่องพิมพ์เลเซอร์ | อนุภาคขนาดเล็ก VOCs และในบางรุ่นอาจมีโอโซน | ตั้งในพื้นที่อากาศถ่ายเทดี และบำรุงรักษาตามคำแนะนำผู้ผลิต |
| เครื่องถ่ายเอกสาร | อนุภาค VOCs ความร้อน และอาจมีโอโซนขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี | เครื่องที่ใช้งานหนักควรอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศเหมาะสม |
| เครื่องพิมพ์ Inkjet | สารระเหยหรืออนุภาคจากหมึกและวัสดุที่ใช้พิมพ์ ขึ้นอยู่กับชนิดของหมึก | ใช้หมึกตามข้อกำหนดของผู้ผลิตและจัดพื้นที่ให้มีอากาศถ่ายเท |
| เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน | ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการพิมพ์ เช่น อนุภาคและ VOCs | เครื่องที่มีปริมาณพิมพ์สูงควรแยกออกจากโต๊ะทำงานหากทำได้ |
| เครื่องโรเนียวหรืออุปกรณ์พิมพ์รุ่นเก่า | สารจากหมึก ตัวทำละลาย หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเครื่อง | ตรวจสอบเอกสาร SDS และใช้ในพื้นที่ระบายอากาศดี |
| เฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งใหม่ | VOCs จากกาว สี สารเคลือบผิว และวัสดุบางชนิด | เพิ่มการระบายอากาศ โดยเฉพาะช่วงหลังติดตั้งใหม่ |
VOCs คืออะไร
VOCs หรือ Volatile Organic Compounds คือกลุ่มสารอินทรีย์ที่สามารถระเหยกลายเป็นก๊าซได้ที่อุณหภูมิห้อง และสามารถมาจากผลิตภัณฑ์และวัสดุภายในอาคารหลายประเภท
ตัวอย่างแหล่ง VOCs ในสำนักงาน ได้แก่
- เครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารบางประเภท
- สีและสารเคลือบผิว
- กาว
- น้ำยาทำความสะอาด
- สเปรย์ปรับอากาศ
- เฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งใหม่
ผลกระทบของ VOCs แตกต่างกันตามชนิดของสาร ความเข้มข้น ระยะเวลาในการสัมผัส และความไวของแต่ละบุคคล
โอโซนจากเครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์อันตรายหรือไม่
เครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องถ่ายเอกสารบางรุ่น โดยเฉพาะอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีบางประเภท อาจเกิดโอโซนระหว่างกระบวนการทำงาน
ปัจจุบันผู้ผลิตจำนวนมากออกแบบอุปกรณ์เพื่อลดการปล่อยโอโซน ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทุกเครื่อง จะปล่อยโอโซนในระดับสูง
สำหรับสำนักงาน แนวทางที่เหมาะสมคือเลือกอุปกรณ์ที่มีการปล่อยมลพิษต่ำ บำรุงรักษาตามกำหนด และจัดให้มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม โดยเฉพาะห้องที่มีเครื่องถ่ายเอกสารหรือเครื่องพิมพ์จำนวนมาก
ฝุ่นโทนเนอร์อันตรายหรือไม่
ในระหว่างใช้งานปกติ ผงโทนเนอร์จะอยู่ภายในตลับและเครื่องพิมพ์ จึงไม่ควรมีผงโทนเนอร์จำนวนมากฟุ้งออกมาในสำนักงาน
โอกาสสัมผัสมักเพิ่มขึ้นในช่วง เปลี่ยนตลับโทนเนอร์ ทำความสะอาดเครื่อง หรือเมื่อมีโทนเนอร์รั่วหรือหก
หากโทนเนอร์หก ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต เช่น
- หลีกเลี่ยงการทำให้ผงฟุ้งกระจาย
- ไม่ใช้ลมอัดเป่าผงโทนเนอร์
- ทำความสะอาดตามขั้นตอนที่ผู้ผลิตแนะนำ
- ล้างมือหลังเปลี่ยนตลับหรือสัมผัสโทนเนอร์
- ตรวจสอบ Safety Data Sheet หรือ SDS ของผลิตภัณฑ์เมื่อจำเป็น
กลิ่นจากเครื่องพิมพ์หมายความว่าเป็นพิษหรือไม่
ไม่สามารถตัดสินจากกลิ่นเพียงอย่างเดียวได้ เพราะสารบางชนิดมีกลิ่นแม้มีความเข้มข้นต่ำ ขณะที่สารบางชนิดอาจไม่มีสิ่งที่เราสังเกตได้ง่าย
หากสำนักงานมีกลิ่นผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ควรตรวจสอบสาเหตุ เช่น เครื่องพิมพ์ ระบบปรับอากาศ วัสดุตกแต่ง น้ำยาทำความสะอาด หรือระบบระบายอากาศ มากกว่าการใช้กลิ่นเพียงอย่างเดียวเป็นตัวบ่งชี้ความปลอดภัย
อาการที่อาจพบเมื่อคุณภาพอากาศในสำนักงานไม่ดี
คุณภาพอากาศภายในอาคารที่ไม่ดีอาจสัมพันธ์กับอาการต่างๆ เช่น
- ระคายเคืองตา
- แสบจมูกหรือคอ
- ไอ
- ปวดศีรษะ
- รู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายเมื่ออยู่ในห้อง
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากเครื่องพิมพ์เสมอไป เพราะอาจมีสาเหตุจากฝุ่น เชื้อรา อากาศร้อนหรือแห้ง สารทำความสะอาด ระบบปรับอากาศ หรือปัจจัยด้านสุขภาพอื่นๆ
หากมีอาการรุนแรงหรือเกิดซ้ำอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัยหรือแพทย์ พร้อมกับตรวจสอบคุณภาพอากาศและระบบ HVAC ของพื้นที่
ควรวางเครื่องพิมพ์ไว้ตรงไหนในสำนักงาน
สำหรับเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่มีปริมาณการใช้งานไม่มาก การตั้งไว้ในสำนักงานที่มีระบบระบายอากาศเพียงพอ อาจไม่มีความจำเป็นต้องสร้างห้องแยกโดยเฉพาะ
แต่ถ้าเป็น เครื่องพิมพ์หรือเครื่องถ่ายเอกสารขนาดใหญ่ ที่มีการพิมพ์หลายพันหน้าต่อวัน ควรพิจารณาจัดพื้นที่พิมพ์ส่วนกลาง หรือพื้นที่ที่มีการระบายอากาศเหมาะสม และไม่ควรวางชิดโต๊ะทำงานของพนักงานโดยไม่จำเป็น
ตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ข้างศีรษะหรือโต๊ะทำงานที่มีพนักงานนั่งตลอดวัน
- ห้องขนาดเล็กที่ไม่มีการระบายอากาศ
- บริเวณที่ช่องระบายอากาศของเครื่องถูกปิดกั้น
- พื้นที่ที่มีเครื่องพิมพ์จำนวนมากรวมกันโดยไม่มีการจัดการอากาศ
7 วิธีลดมลพิษจากเครื่องพิมพ์ในสำนักงาน
-
จัดพื้นที่ให้มีการระบายอากาศที่ดี
ระบบ HVAC ควรได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการพิมพ์จำนวนมาก -
ย้ายเครื่องพิมพ์ใช้งานหนักออกจากโต๊ะพนักงาน
สามารถจัดเป็น Print Area หรือ Print Room กลางสำหรับสำนักงานขนาดใหญ่ -
บำรุงรักษาเครื่องตามกำหนด
เปลี่ยน Filter และชิ้นส่วนตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด -
เลือกอุปกรณ์ที่มีการปล่อยมลพิษต่ำ
เมื่อต้องซื้อเครื่องใหม่ ควรพิจารณาข้อมูลด้าน Energy Efficiency และ Low Emission ร่วมกับราคาและต้นทุนต่อหน้า -
ใช้ตลับหมึกและโทนเนอร์ตามข้อกำหนดของเครื่อง
และตรวจสอบว่าไม่มีการรั่วหรือผงโทนเนอร์กระจายภายในพื้นที่ -
ลดการพิมพ์ที่ไม่จำเป็น
ใช้ระบบ Digital Document, PDF, Cloud Storage และ Workflow Approval เพื่อลดปริมาณการพิมพ์ -
ตรวจสอบ Indoor Air Quality เมื่อมีปัญหา
หากมีพนักงานร้องเรียนเรื่องกลิ่น ระคายเคือง หรืออากาศไม่ดีอย่างต่อเนื่อง ควรตรวจระบบ HVAC และแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างเป็นระบบ
เครื่องฟอกอากาศช่วยได้หรือไม่
เครื่องฟอกอากาศสามารถเป็นส่วนเสริมในการจัดการคุณภาพอากาศได้ แต่ควรเลือกให้เหมาะกับชนิดของมลพิษ
ตัวกรอง HEPA เหมาะกับการดักจับอนุภาคในอากาศ ส่วนการลดก๊าซและ VOCs จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีหรือวัสดุดูดซับที่เหมาะสม เช่น Activated Carbon ในปริมาณที่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม เครื่องฟอกอากาศไม่ควรถูกใช้แทน การกำจัดแหล่งกำเนิดและการระบายอากาศ เพราะการควบคุมตั้งแต่ต้นทางยังเป็นแนวทางสำคัญที่สุด
ปลูกต้นไม้ในสำนักงานช่วยดูดสารพิษได้จริงหรือไม่
ต้นไม้มีประโยชน์หลายด้าน เช่น ช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ เพิ่มความสวยงาม และช่วยให้พื้นที่สำนักงานดูผ่อนคลายขึ้น
งานทดลองบางประเภทพบว่าต้นไม้สามารถดูดซับสารบางชนิดได้ เมื่อทดสอบในห้องทดลองหรือภาชนะปิด แต่เมื่อนำผลดังกล่าวมาเทียบกับสำนักงานหรือบ้านจริง ต้นไม้จำนวนปกติไม่ได้สามารถกำจัดมลพิษในระดับที่ทดแทน การระบายอากาศได้
ดังนั้นสามารถปลูกต้นไม้ในสำนักงานได้ แต่ไม่ควรใช้ต้นไม้เป็นระบบหลักในการควบคุม VOCs ฝุ่น หรือมลพิษจากเครื่องพิมพ์
นอกจากนี้ไม่ควรรดน้ำต้นไม้จนดินแฉะอยู่ตลอดเวลา เพราะความชื้นมากเกินไปสามารถส่งเสริมการเจริญของเชื้อรา และจุลินทรีย์บางประเภทได้
เฟอร์นิเจอร์สำนักงานก็เป็นแหล่ง VOCs ได้
ไม่ได้มีเพียงเครื่องพิมพ์เท่านั้นที่สามารถเป็นแหล่งของมลพิษภายในอาคาร เฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งใหม่บางประเภท อาจปล่อย VOCs จากกาว สี สารเคลือบผิว หรือวัสดุที่ใช้ในการผลิต
หากเพิ่งมีการปรับปรุงสำนักงาน ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ทาสี หรือปูพื้นใหม่ ควรให้ความสำคัญกับการระบายอากาศ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังติดตั้ง
สำหรับฝ่าย IT หรือ Facility ควรทำอะไรบ้าง
องค์กรสามารถนำเรื่องคุณภาพอากาศมารวมอยู่ในมาตรฐาน การจัดซื้อและบริหารอุปกรณ์สำนักงานได้ เช่น
- รวบรวมเครื่องพิมพ์เป็น Centralized Printing
- หลีกเลี่ยงการติดตั้งเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ทุกโต๊ะหรือทุกแผนก
- เลือกเครื่องประหยัดพลังงานและมีข้อมูลด้านการปล่อยมลพิษ
- จัดทำ Preventive Maintenance ตามรอบ
- ตรวจสอบระบบ HVAC ในห้อง Print Room
- จัดเก็บ Toner และ Ink ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- เก็บ SDS ของหมึก โทนเนอร์ และสารเคมีที่เกี่ยวข้อง
- กำหนดขั้นตอนจัดการเมื่อโทนเนอร์หกหรือเครื่องผิดปกติ
ลดการพิมพ์ ช่วยทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
อีกวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดการใช้งานเครื่องพิมพ์คือ การเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น
- ใช้ PDF แทนการพิมพ์เอกสารเพื่ออ่าน
- ใช้ Cloud Storage หรือ Shared Drive
- ใช้ระบบ Digital Signature
- ใช้ Workflow Approval ออนไลน์
- กำหนดเครื่องพิมพ์ให้พิมพ์สองหน้าเป็นค่าเริ่มต้น
- ใช้ Follow-Me Printing หรือ Secure Print
- กำหนด Printing Policy ภายในองค์กร
นอกจากช่วยลดจำนวนงานพิมพ์แล้ว ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านกระดาษ หมึก โทนเนอร์ ค่าไฟฟ้า และค่าบำรุงรักษาเครื่องพิมพ์ได้อีกด้วย
สรุป
เครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร และอุปกรณ์สำนักงานบางประเภท สามารถเป็นแหล่งของอนุภาค VOCs และสารอื่นๆ ภายในอาคารได้ แต่ระดับการสัมผัสแตกต่างกันมากตามชนิดของเครื่อง ปริมาณการใช้งานและระบบระบายอากาศ
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การตื่นตระหนกหรือเลิกใช้เครื่องพิมพ์ แต่ควรเน้น การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม จัดตำแหน่งให้ดี มีการระบายอากาศ บำรุงรักษาตามกำหนด และลดงานพิมพ์ที่ไม่จำเป็น
ส่วนการปลูกต้นไม้ในสำนักงานยังคงเป็นสิ่งที่ดีในด้านความสวยงาม และสภาพแวดล้อมในการทำงาน แต่ไม่ควรใช้แทนระบบระบายอากาศหรือมาตรการควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคาร
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. เครื่องพิมพ์เลเซอร์เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่?
เครื่องพิมพ์เลเซอร์บางรุ่นสามารถปล่อยอนุภาคและ VOCs ระหว่างการทำงานได้ แต่ระดับการสัมผัสขึ้นอยู่กับรุ่น ปริมาณการพิมพ์ การบำรุงรักษา และการระบายอากาศ การใช้งานตามคำแนะนำของผู้ผลิตในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศเหมาะสม เป็นแนวทางสำคัญในการลดการสัมผัส
2. ควรวางเครื่องพิมพ์ไว้ข้างโต๊ะทำงานหรือไม่?
เครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่ใช้งานน้อยอาจตั้งในสำนักงานทั่วไปได้ หากมีการระบายอากาศเหมาะสม แต่เครื่องพิมพ์หรือเครื่องถ่ายเอกสาร ที่มีปริมาณงานสูงควรพิจารณาจัดไว้ในพื้นที่ส่วนกลาง หรือพื้นที่ที่มีระบบระบายอากาศเหมาะสมแทนการวางชิดโต๊ะพนักงาน
3. ปลูกต้นไม้ช่วยกำจัดสารพิษจากเครื่องพิมพ์ได้หรือไม่?
ต้นไม้บางชนิดสามารถดูดซับสารบางอย่างได้ในการทดลอง แต่ในสำนักงานจริง ต้นไม้จำนวนทั่วไปไม่สามารถทดแทน การระบายอากาศและการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษได้ จึงควรปลูกเพื่อความสวยงามและบรรยากาศเป็นหลัก


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ใส่คำแนะนำในส่วนนี้ได้เลยค่ะ