วิธีปลูกผักชีให้งาม โตเร็ว ใบสวย พร้อมวิธีป้องกันโรคและศัตรูพืช
ผักชี เป็นผักสวนครัวที่นิยมปลูกไว้รับประทานภายในบ้าน เพราะใช้ประกอบอาหารไทยได้หลากหลาย ทั้งใบ ก้าน และราก สามารถนำไปแต่งกลิ่นอาหาร ทำซุป ต้มยำ น้ำจิ้ม หรือใช้โรยหน้าอาหารได้
นอกจากนี้ผักชียังเป็นพืชที่ใช้พื้นที่ปลูกไม่มาก สามารถปลูกได้ทั้งในแปลง กระถาง กะละมัง หรือภาชนะเหลือใช้ที่มีรูระบายน้ำแม้ผักชีจะเป็นพืชที่ปลูกไม่ยาก แต่ปัญหาที่พบได้บ่อยคือเมล็ดงอกช้า ต้นยืด ใบเหลือง รากเน่า หนอนกัดใบ เพลี้ย และโรคเชื้อรา โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนจัดหรือมีความชื้นสูง ดังนั้นการเลือกดิน การให้น้ำ การจัดแสง และการป้องกันศัตรูพืชตั้งแต่ต้นจึงมีส่วนสำคัญต่อคุณภาพของผักชีที่ปลูก
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผักชี
- ชื่อสามัญ: Coriander, Cilantro
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Coriandrum sativum L.
- วงศ์: Apiaceae
- ประเภท: พืชล้มลุก
- อายุเก็บเกี่ยว: ประมาณ 30-45 วันหลังงอก ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการดูแล
- แสงแดด: ประมาณ 4-6 ชั่วโมงต่อวัน
- ดินที่เหมาะสม: ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี
- การให้น้ำ: ต้องการความชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่ชอบน้ำขัง
ผักชีปลูกช่วงไหนดีที่สุด
ในประเทศไทยสามารถปลูกผักชีได้เกือบตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัดจะปลูกได้ง่ายกว่า เพราะผักชีชอบอากาศค่อนข้างเย็นถึงอบอุ่น หากอุณหภูมิสูงมาก ต้นอาจเร่งออกดอกเร็ว ทำให้ใบเล็กและเก็บเกี่ยวได้น้อย
หากปลูกในช่วงฤดูร้อน ควรเลือกตำแหน่งที่ได้รับแดดช่วงเช้าและมีร่มเงาบางส่วนในช่วงบ่าย ส่วนฤดูฝนควรเน้นการระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศ เพื่อลดปัญหารากเน่าและเชื้อรา
การเลือกเมล็ดผักชีสำหรับปลูก
เมล็ดผักชีที่เราเห็นจริง ๆ เป็นผลแห้งที่ภายในมักมีเมล็ดอยู่ 2 ส่วน หากนำไปปลูกทั้งลูกโดยไม่เตรียมก่อน เมล็ดอาจงอกช้าหรือมีเปอร์เซ็นต์การงอกต่ำ
ควรเลือกเมล็ดที่ใหม่ แห้งสนิท ไม่มีเชื้อรา และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ได้ต้นกล้าที่แข็งแรงและลดความเสี่ยงจากโรค
วิธีเตรียมเมล็ดผักชีก่อนปลูก
ถึงตอนนี้ จะมาแชร์หนึ่งในเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้ผักชีงอกได้ดีขึ้น นั่นก็คือ การทำให้เมล็ดแตกออกเล็กน้อยก่อนนำไปเพาะนั่นเอง
- นำเมล็ดผักชีวางบนผ้าหรือพื้นเรียบ
- ใช้ขวดแก้วหรือวัสดุทรงกลมคลึงเบา ๆ
- ให้เปลือกแตกออกเป็น 2 ซีก แต่ไม่ควรบดจนเมล็ดละเอียด
- นำเมล็ดไปแช่น้ำสะอาดประมาณ 4-8 ชั่วโมง
- นำขึ้นมาผึ่งในที่ร่มให้หมาดก่อนหว่าน
การแช่น้ำช่วยให้เมล็ดดูดซึมน้ำและเริ่มกระบวนการงอกได้เร็วขึ้น แต่ไม่ควรแช่นานเกินไปจนเมล็ดเกิดการหมักหรือเน่า
การเตรียมดินสำหรับปลูกผักชี
ผักชีมีระบบรากค่อนข้างละเอียดและต้องการดินที่ร่วนซุย หากดินแน่นเกินไป รากจะเจริญได้ไม่ดี ต้นแคระแกร็น และเสี่ยงต่อปัญหารากเน่า
ตัวอย่างส่วนผสมดินปลูกผักชี:
- ดินร่วน 2 ส่วน
- ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน
- กาบมะพร้าวสับหรือแกลบดำ 1 ส่วน
- ทรายหยาบหรือวัสดุช่วยระบายน้ำเล็กน้อย
หากใช้ปุ๋ยคอก ควรเลือกปุ๋ยคอกที่ผ่านการหมักจนสลายตัวดีแล้ว ไม่ควรใช้ปุ๋ยคอกสด เพราะอาจทำให้เกิดความร้อนและเป็นอันตรายต่อราก
วิธีปลูกผักชีในกระถาง
การปลูกผักชีในกระถางเหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด สามารถใช้กระถางทรงกว้าง กะละมัง กล่องปลูกผัก หรือภาชนะที่มีความลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตรขึ้นไป
- ตรวจสอบให้ภาชนะมีรูระบายน้ำเพียงพอ
- ใส่ดินปลูกให้ต่ำกว่าขอบกระถางประมาณ 2-3 เซนติเมตร
- รดน้ำให้ดินมีความชื้นก่อนหว่านเมล็ด
- หว่านเมล็ดให้กระจายทั่วพื้นที่โดยไม่หนาแน่นเกินไป
- กลบดินบาง ๆ ประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร
- รดน้ำด้วยหัวฉีดฝอย เพื่อไม่ให้เมล็ดกระจาย
- วางในบริเวณที่ได้รับแสงรำไรในช่วงแรก
เมื่อต้นกล้าเริ่มแข็งแรงแล้วจึงค่อยเพิ่มปริมาณแสงแดด โดยให้รับแดดช่วงเช้าจะเหมาะสมกว่าการได้รับแดดบ่ายจัด
วิธีปลูกผักชีในแปลง
หากปลูกในแปลง ควรพรวนดินให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร และผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่าลงในดินก่อนปลูก
ยกร่องหรือทำแปลงให้สูงกว่าระดับพื้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในฤดูฝน เพื่อช่วยป้องกันน้ำขัง
หลังจากหว่านเมล็ดแล้วควรกลบด้วยดินบาง ๆ และอาจใช้ฟางแห้งหรือวัสดุคลุมดินบาง ๆ เพื่อรักษาความชื้นในช่วงแรก
ผักชีใช้เวลากี่วันจึงงอก
โดยทั่วไปเมล็ดผักชีจะเริ่มงอกภายในประมาณ 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับความสดของเมล็ด อุณหภูมิ ความชื้น และวิธีเตรียมเมล็ดก่อนปลูก
หากผ่านไปเกิน 2 สัปดาห์แล้วยังงอกน้อย อาจเกิดจากเมล็ดเก่า ดินแห้งเกินไป เมล็ดถูกฝังลึก หรือดินมีน้ำขังจนเมล็ดเน่า
การถอนแยกต้นผักชี
หากต้นกล้างอกแน่นเกินไป ควรถอนแยกเมื่อมีใบจริงประมาณ 2-3 ใบ เพื่อให้แต่ละต้นมีพื้นที่รับแสงและธาตุอาหารมากขึ้น
สามารถเว้นระยะระหว่างต้นประมาณ 5-10 เซนติเมตร หากต้องการต้นขนาดใหญ่ หรือปลูกค่อนข้างชิดได้หากต้องการเก็บเป็นต้นอ่อน
ผักชีต้องการแสงแดดเท่าไร
ผักชีควรได้รับแสงแดดประมาณ 4-6 ชั่วโมงต่อวัน โดยแดดช่วงเช้าจะเหมาะสมที่สุด
หากได้รับแสงน้อยเกินไป ต้นจะยืด ลำต้นอ่อน ใบเล็ก และมีสีเขียวอ่อน แต่ถ้าได้รับแดดแรงและอากาศร้อนเกินไป ต้นอาจเหี่ยว ใบไหม้ และออกดอกเร็วกว่าปกติ
ในฤดูร้อน สามารถใช้ตาข่ายพรางแสงประมาณ 30-50% ช่วยลดความร้อนในช่วงบ่ายได้
วิธีรดน้ำต้นผักชี
ผักชีชอบดินที่มีความชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่ชอบน้ำขัง จึงควรรดน้ำอย่างพอดี
- ควรรดน้ำช่วงเช้า
- ช่วงต้นกล้าควรใช้หัวฉีดฝอย
- ตรวจสอบหน้าดินก่อนรดน้ำทุกครั้ง
- หากดินยังชื้น ไม่จำเป็นต้องรดซ้ำ
- หลีกเลี่ยงการรดน้ำแรงจนดินกระเด็นขึ้นใบ
ในช่วงอากาศร้อนและแห้ง อาจต้องรดน้ำวันละ 1 ครั้ง ส่วนช่วงฤดูฝนควรลดปริมาณการให้น้ำตามสภาพดิน
วิธีใส่ปุ๋ยให้ผักชีโตเร็ว
ผักชีเป็นผักอายุสั้น จึงไม่ต้องใช้ปุ๋ยปริมาณมาก หากเตรียมดินด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่าอย่างเหมาะสม ก็สามารถช่วยให้ต้นเจริญเติบโตได้ดี
หลังจากต้นเริ่มตั้งตัว สามารถให้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก หรือน้ำหมักชีวภาพเจือจางเป็นครั้งคราว
หากใช้ปุ๋ยเคมี ควรใช้ในปริมาณน้อย และไม่ควรหว่านชิดโคนต้น เพราะอาจทำให้รากไหม้ได้
ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากหรือไม่
ไนโตรเจนช่วยส่งเสริมการเจริญของใบ ซึ่งเหมาะกับผักชีที่ปลูกเพื่อรับประทานใบ แต่ไม่ควรให้มากเกินไป เพราะอาจทำให้ต้นอ่อนแอ เนื้อเยื่ออวบน้ำ และเสี่ยงต่อแมลงหรือโรคเพิ่มขึ้น
การคลุมดินมีประโยชน์อย่างไร
การใช้ฟางแห้ง ใบไม้แห้ง หรือวัสดุคลุมดินบาง ๆ รอบต้น ช่วยรักษาความชื้น ลดความร้อนในดิน และลดวัชพืชได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรคลุมหนาหรือชิดโคนต้นมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดความชื้นสะสมและเชื้อรา
ศัตรูพืชที่พบบ่อยในต้นผักชี
1. เพลี้ยอ่อน
เพลี้ยอ่อนมักพบตามยอดอ่อนและใต้ใบ ดูดน้ำเลี้ยงทำให้ใบหงิก ต้นชะงัก และอาจพบมดเดินขึ้นลงบริเวณต้น
วิธีป้องกันและกำจัด:
- ตรวจใต้ใบและยอดอ่อนอย่างสม่ำเสมอ
- ใช้น้ำฉีดเบา ๆ เพื่อล้างเพลี้ยออกเมื่อพบไม่มาก
- ถอนต้นที่มีการระบาดรุนแรงออก
- ควบคุมมดบริเวณแปลง เพราะมดอาจช่วยแพร่กระจายเพลี้ย
- สามารถใช้ผลิตภัณฑ์สะเดาหรือสารสำหรับกำจัดเพลี้ยตามคำแนะนำบนฉลาก
2. หนอนกัดกินใบ
หนอนสามารถกัดกินใบผักชีจนเป็นรู ทำให้พื้นที่ใบลดลง และหากระบาดมากอาจทำลายต้นอ่อนได้อย่างรวดเร็ว
วิธีป้องกัน:
- ตรวจใต้ใบเป็นประจำ
- เก็บหนอนและไข่ออกจากต้นด้วยมือ
- ใช้ตาข่ายกันแมลงคลุมแปลง
- กำจัดวัชพืชรอบบริเวณปลูก
- หากจำเป็น อาจใช้ชีวภัณฑ์ Bt ตามคำแนะนำบนฉลาก
3. เพลี้ยไฟ
เพลี้ยไฟเป็นแมลงขนาดเล็ก มักทำลายยอดอ่อนและใบ ทำให้ใบมีรอยสีซีด บิดเบี้ยว หรือเจริญผิดปกติ
การป้องกันควรรักษาแปลงให้สะอาด กำจัดวัชพืช และสามารถใช้กับดักกาวเหนียวเพื่อช่วยตรวจสอบการระบาด
4. หอยทากและทาก
พื้นที่ที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน อาจพบหอยทากหรือทากเข้ามากัดกินต้นผักชีในเวลากลางคืน
แนวทางป้องกัน:
- ตรวจแปลงในช่วงหัวค่ำหรือเช้าตรู่
- เก็บหอยและทากออกด้วยมือ
- กำจัดเศษใบไม้ กองวัสดุ และบริเวณชื้นที่เป็นแหล่งหลบซ่อน
- หลีกเลี่ยงการรดน้ำช่วงกลางคืน
โรคที่พบบ่อยในต้นผักชี
1. โรครากเน่าและโคนเน่า
เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะเมื่อปลูกในดินที่อุ้มน้ำมากหรือมีน้ำขัง
ต้นอาจมีอาการเหี่ยว ใบเหลือง โคนต้นมีสีน้ำตาล และรากเน่า เมื่อต้นเสียหายรุนแรงมักฟื้นตัวได้ยาก
วิธีป้องกัน:
- ใช้ดินที่ระบายน้ำดี
- เลือกภาชนะที่มีรูระบายน้ำเพียงพอ
- ไม่รดน้ำจนดินแฉะตลอดเวลา
- หลีกเลี่ยงการปลูกแน่นจนเกินไป
- ถอนต้นที่เป็นโรครุนแรงออกจากแปลง
2. โรคใบจุดจากเชื้อรา
อาการมักพบเป็นจุดสีน้ำตาลหรือดำบนใบ หากมีความชื้นสูง จุดอาจขยายตัวจนใบเหลืองและแห้ง
วิธีป้องกัน:
- ปลูกให้มีระยะห่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท
- หลีกเลี่ยงการทำให้ใบเปียกช่วงเย็น
- ตัดหรือถอนส่วนที่มีอาการรุนแรง
- ไม่ปล่อยเศษพืชที่เป็นโรคไว้ในแปลง
3. โรคเน่าคอดินในต้นกล้า
ต้นกล้าผักชีอาจพบอาการลำต้นบริเวณโคนเล็กลงและล้มลง โดยเฉพาะเมื่อวัสดุปลูกเปียกชื้นมากเกินไป
ควรใช้ดินหรือวัสดุเพาะที่สะอาด ไม่เพาะเมล็ดแน่นเกินไป และควบคุมความชื้นให้เหมาะสม
ใบผักชีเหลืองเกิดจากอะไร
ใบเหลืองสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงควรดูอาการร่วมกับสภาพดินและการดูแล
- น้ำมากเกินไป: รากขาดอากาศและเริ่มเสียหาย
- ขาดน้ำ: ใบเหี่ยวและเริ่มเหลือง
- ธาตุอาหารไม่เพียงพอ: ใบอาจมีสีเขียวอ่อนและโตช้า
- ต้นแน่นเกินไป: แย่งแสง น้ำ และอาหารกัน
- โรครากเน่า: ต้นเหี่ยวร่วมกับใบเหลือง แม้ดินยังเปียก
ทำไมผักชีต้นยืดและล้มง่าย
ต้นผักชีที่ยืดสูง ลำต้นเล็ก และล้มง่าย มักเกิดจากได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ หรือปลูกต้นแน่นเกินไป
ควรเพิ่มปริมาณแสงทีละน้อยและถอนแยกต้นให้มีระยะห่างเหมาะสม
ทำไมผักชีออกดอกเร็ว
ผักชีจะออกดอกเร็วกว่าปกติเมื่อได้รับความเครียด เช่น อากาศร้อนจัด ดินแห้ง น้ำไม่สม่ำเสมอ หรืออายุต้นถึงระยะสืบพันธุ์
เมื่อต้นเริ่มแทงช่อดอก ใบมักมีขนาดเล็กลงและรูปทรงเปลี่ยนไป หากปลูกเพื่อเก็บใบควรเก็บเกี่ยวก่อนต้นเข้าสู่ระยะออกดอกเต็มที่
วิธีป้องกันศัตรูพืชผักชีแบบลดการใช้สารเคมี
สำหรับผักชีซึ่งเป็นพืชที่เก็บเกี่ยวเร็วและนำใบมารับประทานโดยตรง การป้องกันและควบคุมศัตรูพืชโดยลดการใช้สารเคมีเป็นแนวทางที่เหมาะสม
- เลือกเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี ลดโอกาสนำโรคเข้าสู่แปลง
- ใช้ดินสะอาดและระบายน้ำดี ลดปัญหาโรครากและเชื้อรา
- ไม่ปลูกแน่นเกินไป เพื่อให้อากาศถ่ายเท
- ตรวจใต้ใบและยอดทุก 2-3 วัน เพื่อพบแมลงตั้งแต่เริ่มระบาด
- ใช้ตาข่ายกันแมลง โดยเฉพาะช่วงต้นยังเล็ก
- กำจัดวัชพืช ซึ่งอาจเป็นแหล่งหลบซ่อนของแมลง
- ถอนต้นที่เป็นโรครุนแรง ออกจากแปลงทันที
- หมุนเวียนพื้นที่ปลูก ไม่ปลูกผักชีซ้ำบริเวณเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานาน
หากจำเป็นต้องใช้สารกำจัดศัตรูพืชควรทำอย่างไร
เนื่องจากผักชีเป็นพืชที่นำใบและก้านมารับประทานโดยตรง จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้สารกำจัดศัตรูพืชโดยไม่จำเป็น
หากมีการระบาดรุนแรงและจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืช ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตสำหรับพืชผักชนิดนั้น และปฏิบัติตามฉลากอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอัตราการใช้และระยะเว้นก่อนเก็บเกี่ยว
ผักชีเก็บเกี่ยวได้เมื่อไร
โดยทั่วไปสามารถเริ่มเก็บผักชีได้เมื่อมีอายุประมาณ 30-45 วันหลังงอก หรือเมื่อต้นมีขนาดเหมาะสมสำหรับนำไปประกอบอาหาร
หากต้องการใช้ทั้งราก ควรรดน้ำให้ดินชื้นก่อนถอนเล็กน้อย เพื่อให้ถอนต้นออกได้ง่ายและลดการขาดของราก
วิธีเก็บเกี่ยวผักชี
เก็บเฉพาะใบและก้าน
สามารถใช้กรรไกรสะอาดตัดใบและก้านด้านนอกออก โดยเหลือยอดกลางไว้ให้ต้นสามารถเจริญต่อได้อีกระยะหนึ่ง
เก็บทั้งต้นและราก
จับบริเวณโคนต้นแล้วถอนขึ้นอย่างระมัดระวัง จากนั้นล้างดินออกจากราก รากผักชีสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องเทศและส่วนผสมในอาหารไทยได้หลายชนิด
วิธีปลูกผักชีให้มีไว้กินต่อเนื่อง
แทนที่จะหว่านเมล็ดทั้งหมดในครั้งเดียว สามารถแบ่งปลูกเป็นรุ่น ๆ ทุกประมาณ 7-14 วัน
วิธีนี้จะช่วยให้มีผักชีหลายช่วงอายุ เมื่อรุ่นแรกเก็บเกี่ยว รุ่นถัดไปก็เริ่มโตพร้อมใช้งาน ทำให้มีผักชีรับประทานอย่างต่อเนื่องมากขึ้น
เคล็ดลับปลูกผักชีให้ใบสวย ต้นแข็งแรง
- คลึงเมล็ดให้แตกเป็นสองส่วนก่อนเพาะ
- แช่เมล็ดก่อนปลูกเพื่อช่วยให้ดูดน้ำเร็วขึ้น
- ใช้ดินร่วนและระบายน้ำดี
- ไม่หว่านเมล็ดแน่นเกินไป
- ให้แดดช่วงเช้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง
- รักษาความชื้นให้สม่ำเสมอ
- ไม่ใส่ปุ๋ยเข้มข้นมากเกินไป
- ตรวจหนอนและเพลี้ยอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงน้ำขังบริเวณโคนต้น
- ทยอยปลูกหลายรุ่นเพื่อให้เก็บกินได้ต่อเนื่อง
สรุปวิธีปลูกและดูแลต้นผักชี
การปลูกผักชีให้โตเร็ว ใบเขียว และแข็งแรง เริ่มจากการเลือกเมล็ดคุณภาพดี คลึงเมล็ดให้แตกเล็กน้อยก่อนเพาะ ใช้ดินที่ร่วนซุยและระบายน้ำได้ดี ให้แสงแดดช่วงเช้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง และรักษาความชื้นของดินให้สม่ำเสมอ
ควรหลีกเลี่ยงการปลูกแน่นและการรดน้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดโรครากเน่าและเชื้อรา รวมทั้งควรตรวจใต้ใบและยอดอ่อนเป็นประจำเพื่อค้นหาเพลี้ย หนอน และศัตรูพืชตั้งแต่ระยะแรก
หากต้องการมีผักชีไว้รับประทานต่อเนื่อง ควรแบ่งเมล็ดปลูกเป็นรุ่นทุก 1-2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้มีผักชีสดจากสวนหรือกระถางไว้ใช้ในครัวได้แทบตลอดเวลา
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผักชี
1. เมล็ดผักชีต้องทุบหรือคลึงก่อนปลูกหรือไม่?
แนะนำให้คลึงเมล็ดเบา ๆ ให้เปลือกแตกออกเป็นสองส่วนก่อนเพาะ เนื่องจากผลผักชีหนึ่งลูกมักมีเมล็ดอยู่ภายในมากกว่าหนึ่งส่วน การคลึงช่วยให้น้ำเข้าถึงเมล็ดได้ง่ายขึ้นและอาจช่วยให้การงอกสม่ำเสมอขึ้น แต่ไม่ควรบดจนเมล็ดเสียหาย
2. ผักชีต้องรดน้ำทุกวันหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องรดตามจำนวนครั้งตายตัว ควรตรวจความชื้นของดินก่อน หากหน้าดินเริ่มแห้งจึงรดน้ำให้ชุ่มพอประมาณ ในช่วงอากาศร้อนอาจต้องรดทุกวัน แต่ช่วงฝนตกหรืออากาศชื้นควรลดน้ำเพื่อป้องกันรากเน่า
3. ทำอย่างไรไม่ให้ผักชีมีหนอนและเพลี้ย?
ควรตรวจยอดและใต้ใบสม่ำเสมอ ปลูกให้มีระยะห่าง กำจัดวัชพืช ใช้ตาข่ายกันแมลง และเก็บหนอนหรือใบที่มีการระบาดออกตั้งแต่เริ่มพบ หากมีแมลงจำนวนมาก สามารถเลือกใช้ชีวภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับพืชผัก โดยต้องปฏิบัติตามฉลากและระยะเว้นก่อนเก็บเกี่ยว


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ใส่คำแนะนำในส่วนนี้ได้เลยค่ะ