CONTINUE MY GARDEN กลับมาดูสวนของคุณ กำลังตรวจข้อมูล My Garden...
0ต้น 0งานวันนี้
เปิด My Garden →
กรุงเทพมหานคร กำลังโหลดข้อมูลสภาพอากาศ...
--°C
รู้สึกเหมือน--°C
ความชื้น--%
โอกาสฝน--%
ความเร็วลม-- กม./ชม.
🌱 คำแนะนำ: กำลังประเมินสภาพอากาศสำหรับการดูแลต้นไม้
ข้อมูลจาก Open-Meteo
🌿 Plant Clinic

ต้นไม้มีปัญหา? เริ่มวิเคราะห์ที่นี่

ใบเหลือง ใบหงิก ไม่แตกยอด รากเน่า ใบเป็นจุด ต้นโทรม หรือมีแมลง เลือกอาการและสภาพแวดล้อมที่พบ เพื่อให้ Plant Clinic ช่วยวิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้นและแนะนำสิ่งที่ควรตรวจต่อ

ใช้งานฟรี • ไม่ต้องสมัครสมาชิก • วิเคราะห์จากอาการ แสง น้ำ ดิน การระบายน้ำ และสภาพแวดล้อม
วิเคราะห์ง่าย ๆ ใน 4 ขั้นตอน
1เลือกอาการที่พบกับต้นไม้
2ระบุแสง น้ำ ดิน และบริเวณปลูก
3ตรวจข้อมูลแมลงและระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ
4ดูสาเหตุที่เป็นไปได้และแนวทางแก้เบื้องต้น

มะกอกน้ำ วิธีปลูก ดูแล ขยายพันธุ์ และประโยชน์ของผลมะกอกน้ำ

มะกอกน้ำ เป็นไม้ผลพื้นบ้านของไทยที่หลายคนอาจคุ้นเคยจาก “มะกอกน้ำดอง” ซึ่งมีรสเปรี้ยว ฝาด และหวานเล็กน้อย รับประทานเป็นของว่างได้ดี 

ต้นมะกอกน้ำมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elaeocarpus hygrophilus Kurz เป็นไม้ต้นขนาดกลาง ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น และพบตามธรรมชาติบริเวณริมลำธารหรือพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ

นอกจากปลูกเพื่อเก็บผลแล้ว ต้นมะกอกน้ำยังสามารถใช้เป็นไม้ให้ร่มเงาและปลูกในสวนธรรมชาติได้ เพราะมีทรงพุ่มสวย ใบเขียวตลอดปี ดอกขนาดเล็กออกเป็นช่อ และผลรูปรีที่ดูคล้ายมะกอก เมื่อผลแก่สามารถนำไปรับประทานสด ดอง เชื่อม หรือแช่อิ่มได้

จุดเด่นอีกอย่างคือมะกอกน้ำเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ดูแลไม่ซับซ้อนเมื่อปลูกในพื้นที่เหมาะสม และสามารถปรับตัวกับดินได้หลายชนิด แต่จะเจริญเติบโตได้ดีเมื่อได้รับน้ำสม่ำเสมอและไม่มีสภาพแห้งจัดต่อเนื่องเป็นเวลานาน

รู้จักต้นมะกอกน้ำ

มะกอกน้ำมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elaeocarpus hygrophilus Kurz อยู่ในวงศ์ Elaeocarpaceae มีชื่อพื้นเมืองอื่น ๆ เช่น สารภีน้ำ และ สมอพิพ่าย ในบางพื้นที่

เป็นคนละชนิดกับ “มะกอกป่า” ซึ่งอยู่ในสกุล Spondias และคนละชนิดกับ “Olive” หรือมะกอกยุโรป Olea europaea ที่ใช้ผลิตน้ำมันมะกอก แม้ชื่อสามัญภาษาไทยจะมีคำว่า “มะกอก” เหมือนกันก็ตาม

ลักษณะของต้นมะกอกน้ำ

1. ลำต้นและทรงพุ่ม

มะกอกน้ำเป็นไม้ต้นขนาดกลาง โดยทั่วไปสามารถสูงประมาณ 5-15 เมตร ขนาดจริงขึ้นอยู่กับอายุ สภาพแวดล้อม และพื้นที่ปลูก ต้นแตกกิ่งได้ดีและสามารถพัฒนาทรงพุ่มให้ร่มเงาได้

หากปลูกในสวนบ้าน ควรตัดแต่งควบคุมความสูงเป็นระยะ ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ต้นสูงเต็มขนาด เพราะการรักษาทรงพุ่มให้เตี้ยจะช่วยให้เก็บผล ตรวจโรคแมลง และตัดแต่งได้สะดวกกว่า

2. ใบมะกอกน้ำ

ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปร่างค่อนข้างรีหรือรูปไข่กลับ ปลายใบอาจมนหรือแหลมเล็กน้อย ขอบใบมีหยัก ใบแก่มีสีเขียว

ลักษณะเด่นของพืชในสกุล Elaeocarpus หลายชนิดคือใบแก่ก่อนร่วงสามารถเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือแดงอมส้ม ทำให้ต้นมีสีสันสวยงามในบางช่วง

ลักษณะดอกมะกอกน้ำ

ดอกมะกอกน้ำมีขนาดไม่ใหญ่มาก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกสามารถมีสีขาวอมเขียว เหลืองอ่อน หรืออมชมพูตามระยะและสภาพต้น

เมื่อออกดอกจำนวนมากพร้อมกันจะทำให้ต้นดูสวยงาม และดอกยังเป็นแหล่งอาหารของแมลงหลายชนิดที่เข้ามาหาน้ำหวานและเกสร

ลักษณะผลมะกอกน้ำ

ผลมีรูปร่างรีหรือรูปไข่ ลักษณะคล้ายผลมะกอก มีขนาดประมาณไม่กี่เซนติเมตร ผิวเรียบ ผลอ่อนมีสีเขียว และเมื่อแก่สีจะเปลี่ยนไปตามระยะความสุก

ภายในมีเนื้อหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสฝาด เปรี้ยว และหวานเล็กน้อย จึงนิยมบริโภคผ่านการดองหรือแปรรูปมากกว่ารับประทานผลสดจำนวนมาก

มะกอกน้ำกินได้อย่างไร?

ผลมะกอกน้ำสามารถรับประทานสดได้ แต่เนื่องจากมีรสฝาดและเปรี้ยว จึงนิยมนำไปแปรรูป เช่น

  • มะกอกน้ำดองน้ำเกลือ
  • มะกอกน้ำแช่อิ่ม
  • มะกอกน้ำเชื่อม
  • รับประทานกับพริกเกลือ
  • รับประทานกับน้ำปลาหวาน

การดองช่วยลดความฝาดและทำให้เนื้อผลมีรสชาติกลมกล่อมขึ้น จึงเป็นรูปแบบการบริโภคที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด

ประโยชน์ของมะกอกน้ำ

1. ใช้เป็นผลไม้พื้นบ้าน

ผลสามารถนำมารับประทานและแปรรูปเป็นของว่างได้ โดยเฉพาะมะกอกน้ำดองซึ่งเป็นอาหารที่คนไทยรู้จักกันมานาน

2. ปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงา

เมื่อโตเต็มที่ต้นสามารถมีทรงพุ่มกว้างพอสมควร จึงใช้เป็นไม้ให้ร่มเงาในสวน บ้านสวน และพื้นที่สาธารณะได้

3. เหมาะกับสวนใกล้แหล่งน้ำ

ตามธรรมชาติพบต้นมะกอกน้ำบริเวณริมลำธารและพื้นที่ค่อนข้างชื้น จึงเป็นไม้ที่น่าสนใจสำหรับพื้นที่สวนริมคลอง ริมบ่อ หรือสวนที่มีความชื้นในดินค่อนข้างดี

4. ช่วยเพิ่มความหลากหลายในสวน

ดอกและผลสามารถเป็นแหล่งอาหารสำหรับแมลงและสัตว์บางชนิด จึงเหมาะกับสวนธรรมชาติหรือสวนที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายของพรรณไม้

สรรพคุณสมุนไพรของมะกอกน้ำ

มีบันทึกการใช้มะกอกน้ำในตำรับพื้นบ้าน โดยนำส่วนต่าง ๆ เช่น ดอก ผล และเปลือก ไปใช้ในรูปแบบสมุนไพร เช่น การใช้ผลดองรับประทานเพื่อให้รู้สึกชุ่มคอ หรือการใช้ดอกและเปลือกในตำรับพื้นบ้านบางชนิด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากตำรับพื้นบ้าน ไม่ควรนำมาตีความว่ามะกอกน้ำสามารถรักษาโรคได้โดยตรง โดยเฉพาะการนำเปลือก ดอก เมล็ด หรือสารสกัดเข้มข้นมารับประทานเอง เนื่องจากข้อมูลด้านประสิทธิผลและขนาดที่ปลอดภัยในมนุษย์ยังมีจำกัด

สำหรับผู้ปลูกทั่วไป การรับประทานผลในฐานะอาหารหรือผลไม้แปรรูปเป็นการใช้ประโยชน์ที่เข้าใจง่ายที่สุด ส่วนการใช้เป็นยาควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อน

วิธีปลูกต้นมะกอกน้ำ

ต้นมะกอกน้ำปลูกได้ไม่ยากและสามารถปรับตัวกับดินได้หลายชนิด แต่หากต้องการให้เติบโตเร็วและสมบูรณ์ ควรเลือกพื้นที่ที่มีแสงเพียงพอ ดินมีอินทรียวัตถุ และสามารถรักษาความชื้นได้ดี

1. เลือกพื้นที่ปลูก

ควรปลูกในพื้นที่กลางแจ้งที่ได้รับแสงแดดอย่างน้อยประมาณ 5-6 ชั่วโมงต่อวัน ต้นสามารถรับแดดเต็มวันได้เมื่อปรับตัวดีแล้ว

หากปลูกเพื่อให้เป็นไม้ผล ควรเลือกตำแหน่งที่มีพื้นที่สำหรับทรงพุ่ม ไม่ควรปลูกชิดตัวบ้านหรือหลังคามากเกินไป

2. ดินสำหรับมะกอกน้ำ

มะกอกน้ำสามารถขึ้นได้ในดินหลายชนิด แต่เหมาะกับดินที่มีความชื้นและมีอินทรียวัตถุ ดินร่วนหรือดินร่วนเหนียวสามารถใช้ปลูกได้ดี

ก่อนปลูกสามารถปรับปรุงดินด้วย

  • ปุ๋ยคอกเก่า
  • ปุ๋ยหมัก
  • เศษใบไม้ย่อยสลาย
  • วัสดุอินทรีย์ช่วยรักษาความชื้น

3. ขั้นตอนการปลูก

  1. ขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่กว่าตุ้มรากประมาณ 1.5-2 เท่า
  2. ผสมดินเดิมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า
  3. นำต้นพันธุ์ออกจากถุงอย่างระมัดระวัง
  4. วางต้นให้ระดับโคนใกล้เคียงกับระดับเดิม
  5. กลบดินและกดเบา ๆ
  6. ปักไม้ค้ำหากต้นยังเล็ก
  7. รดน้ำให้ชุ่มหลังปลูก
  8. คลุมโคนด้วยใบไม้แห้งหรือฟางเพื่อลดการระเหยของน้ำ

มะกอกน้ำชอบน้ำมากแค่ไหน?

มะกอกน้ำมีธรรมชาติสัมพันธ์กับพื้นที่ค่อนข้างชื้น จึงต้องการน้ำมากกว่าไม้ผลทนแล้งหลายชนิด โดยเฉพาะต้นที่เพิ่งปลูกใหม่

ในช่วงแรกควรรักษาดินให้ชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าต้องรดวันละหนึ่งหรือสองครั้ง เพราะควรพิจารณาจากสภาพดิน ฝน และฤดูกาล

เมื่อต้นโตและระบบรากแข็งแรงแล้วสามารถทนช่วงที่น้ำลดลงได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรปล่อยให้ดินแห้งจัดต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่กำลังออกดอกและพัฒนาผล

มะกอกน้ำทนน้ำขังหรือไม่?

เนื่องจากมะกอกน้ำพบได้ตามพื้นที่ชุ่มชื้นและริมลำธาร จึงสามารถทนสภาพดินชื้นได้ดีกว่าไม้ผลหลายชนิด แต่การปลูกในกระถางหรือดินที่อับอากาศและมีน้ำเน่าขังตลอดเวลาอาจส่งผลเสียต่อระบบรากได้

ดังนั้นหลักง่าย ๆ คือ ชอบความชื้น แต่รากควรได้รับอากาศด้วย โดยเฉพาะเมื่อนำมาปลูกในกระถาง

การใส่ปุ๋ยมะกอกน้ำ

สำหรับสวนบ้านสามารถเน้นปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า ใส่รอบบริเวณชายทรงพุ่มปีละหลายครั้งตามความเหมาะสม

ต้นอ่อน

ควรเน้นสร้างระบบรากและกิ่ง สามารถใช้ปุ๋ยสูตรเสมอในปริมาณเล็กน้อยตามขนาดต้นร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์

ต้นที่เริ่มให้ผล

ควรบำรุงต้นหลังเก็บเกี่ยวและรักษาความสมบูรณ์ของใบและกิ่ง หากใช้ปุ๋ยเคมีควรใช้ตามอัตราที่ฉลากกำหนด ไม่ควรใส่เข้มข้นใกล้โคนต้น

การตัดแต่งกิ่งต้นมะกอกน้ำ

หากปลูกในบ้านควรตัดแต่งตั้งแต่ต้นยังเล็ก เพื่อควบคุมความสูงและสร้างทรงพุ่มให้แตกด้านข้าง

ควรตัดกิ่งประเภทต่อไปนี้ออกเป็นระยะ

  • กิ่งแห้ง
  • กิ่งเป็นโรค
  • กิ่งไขว้กัน
  • กิ่งที่พุ่งเข้ากลางทรงพุ่ม
  • กิ่งที่สูงหรือยื่นออกนอกพื้นที่มากเกินไป

การรักษาทรงพุ่มให้โปร่งช่วยให้แสงและอากาศเข้าถึงภายในต้น และทำให้การเก็บผลสะดวกขึ้น

มะกอกน้ำปลูกในกระถางได้ไหม?

สามารถปลูกต้นอ่อนในกระถางได้ และสามารถรักษาไว้ในกระถางระยะหนึ่งได้หากมีการตัดแต่งควบคุมขนาด แต่เนื่องจากตามธรรมชาติสามารถเติบโตเป็นต้นหลายเมตร การปลูกลงดินจะเหมาะกว่าในระยะยาว

หากต้องการปลูกในกระถางควรเลือกกระถางขนาดใหญ่ มีรูระบายน้ำมากพอ ใช้ดินที่เก็บความชื้นแต่ไม่แน่น และวางในบริเวณที่ได้รับแสงแดด

เมื่อรากเริ่มเต็มกระถางหรือพบว่าต้นโตช้าลง ควรเปลี่ยนไปใช้กระถางขนาดใหญ่ขึ้น

วิธีขยายพันธุ์ต้นมะกอกน้ำ

1. การเพาะเมล็ด

เป็นวิธีพื้นฐานสำหรับขยายพันธุ์มะกอกน้ำ โดยเลือกผลที่แก่สมบูรณ์ นำเนื้อออก ทำความสะอาดเมล็ด แล้วนำไปเพาะในวัสดุที่เก็บความชื้นได้แต่ไม่แฉะ

  1. เลือกผลแก่และสมบูรณ์
  2. แยกเมล็ดออกจากเนื้อผล
  3. ล้างเมล็ดให้สะอาด
  4. เตรียมวัสดุเพาะโปร่ง เช่น ดินเพาะผสมกาบมะพร้าวหรือพีทมอส
  5. วางเมล็ดลงในวัสดุเพาะ
  6. รักษาความชื้นอย่างสม่ำเสมอ
  7. วางบริเวณแสงรำไรระหว่างช่วงงอก
  8. เมื่อต้นกล้าแข็งแรงจึงแยกลงถุงหรือลงกระถาง

เมล็ดมะกอกน้ำมีเปลือกค่อนข้างแข็ง จึงอาจใช้เวลาในการงอก ไม่ควรทิ้งถาดเพาะเร็วเกินไปหากยังไม่พบต้นกล้า

2. การตอนกิ่ง

ผู้ปลูกบางรายใช้วิธีตอนกิ่งเพื่อให้ได้ต้นใหม่จากต้นแม่ที่ต้องการ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีต้นแม่อยู่แล้ว แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับอายุของกิ่ง ความชื้น ฤดูกาล และการดูแลแผลตอน

ควรเลือกกิ่งแข็งแรงและไม่อ่อนหรือแก่เกินไป เมื่อรากมีจำนวนเพียงพอจึงตัดออกมาชำต่อให้ระบบรากแข็งแรงก่อนนำลงปลูกจริง

เพาะเมล็ดหรือตอนกิ่งแบบไหนดีกว่า?

หากต้องการปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาหรือไม้ทั่วไป การเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ง่ายและได้ระบบรากตามธรรมชาติ

หากมีต้นแม่ที่ให้ผลดีและต้องการรักษาลักษณะต้นเดิม การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เช่น การตอนกิ่ง อาจเหมาะกว่า แต่ควรเลือกต้นจากแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้

ทำอย่างไรให้ต้นมะกอกน้ำออกผลดี?

  • ปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดเพียงพอ
  • รักษาความชื้นของดินอย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่ปล่อยให้ต้นขาดน้ำช่วงออกดอกและติดผล
  • ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของดิน
  • ตัดแต่งกิ่งให้แสงเข้าสู่ทรงพุ่ม
  • ไม่ใช้ปุ๋ยไนโตรเจนมากจนต้นเน้นแตกใบ
  • รักษาแมลงผสมเกสรในสวน

ปัญหาที่พบบ่อยในการปลูกมะกอกน้ำ

1. ใบเหลือง

หากใบเหลืองควรตรวจทั้งน้ำ ระบบราก และธาตุอาหารก่อน ไม่ควรรีบเพิ่มปุ๋ยทันที เพราะอาการใบเหลืองอาจเกิดจากรากอยู่ในดินอับอากาศหรือดินมีปัญหาได้

2. ต้นโตช้า

อาจเกิดจากแสงไม่เพียงพอ รากแน่นกระถาง ดินขาดอินทรียวัตถุ หรือได้รับน้ำน้อยเกินไป

3. มีแต่ใบแต่ไม่ออกผล

ต้นอาจยังอายุน้อย ได้รับแดดไม่เพียงพอ หรือได้รับปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป ควรดูแลให้ต้นแข็งแรงและมีทรงพุ่มที่ได้รับแสงทั่วถึง

4. ผลร่วงก่อนแก่

อาจสัมพันธ์กับการขาดน้ำอย่างฉับพลัน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือความสมบูรณ์ของต้นไม่เพียงพอ ช่วงติดผลจึงควรรักษาความชื้นของดินให้ค่อนข้างสม่ำเสมอ

เก็บผลมะกอกน้ำเมื่อไหร่?

หากต้องการนำไปดอง สามารถเก็บผลเมื่อผลมีขนาดเต็มที่และยังมีเนื้อแน่น โดยไม่จำเป็นต้องปล่อยให้สุกนิ่มมาก

ควรเลือกผลสมบูรณ์ ไม่มีรอยแมลงหรือเน่า และล้างให้สะอาดก่อนนำไปดองหรือแปรรูป

มะกอกน้ำเหมาะกับสวนแบบไหน?

ด้วยธรรมชาติที่ชอบความชื้นและสามารถโตเป็นต้นให้ร่มเงาได้ มะกอกน้ำเหมาะกับพื้นที่หลายรูปแบบ เช่น

  • สวนบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง
  • สวนริมคลอง
  • สวนใกล้บ่อน้ำ
  • บ้านสวน
  • สวนผลไม้ผสมผสาน
  • สวนธรรมชาติ
  • พื้นที่ที่ต้องการไม้ให้ร่มเงา

ข้อควรรู้ก่อนปลูกมะกอกน้ำที่บ้าน

  • ต้นโตเต็มวัยมีขนาดหลายเมตร จึงควรเผื่อพื้นที่
  • ไม่ควรปลูกชิดตัวบ้านหรือสายไฟมากเกินไป
  • หากต้องการเก็บผลสะดวก ควรควบคุมความสูงตั้งแต่ต้นยังเล็ก
  • ต้องการน้ำสม่ำเสมอกว่าไม้ผลทนแล้งบางชนิด
  • ต้นในกระถางต้องตรวจความชื้นและพื้นที่รากบ่อยกว่าต้นลงดิน
  • ควรแยกข้อมูลการใช้เป็นอาหารออกจากการกล่าวอ้างด้านการรักษาโรค

เคล็ดลับปลูกมะกอกน้ำให้ต้นแข็งแรง

  • เลือกพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดอย่างน้อยประมาณ 5-6 ชั่วโมง
  • ใช้ดินที่มีอินทรียวัตถุและรักษาความชื้นได้
  • อย่าปล่อยให้ต้นอ่อนขาดน้ำ
  • คลุมดินด้วยใบไม้แห้งหรือฟางเพื่อลดการระเหยของน้ำ
  • ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเป็นประจำ
  • ตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมความสูง
  • รักษาทรงพุ่มให้โปร่งและได้รับแสงทั่วถึง
  • ช่วงติดผลควรรักษาความชื้นให้สม่ำเสมอ
  • หากปลูกในกระถางควรใช้ภาชนะขนาดใหญ่

สรุป

มะกอกน้ำ (Elaeocarpus hygrophilus) เป็นไม้ผลพื้นบ้านที่ปลูกได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย มีจุดเด่นคือชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น ผลสามารถนำมารับประทานและนิยมแปรรูปเป็นมะกอกน้ำดอง เชื่อม หรือแช่อิ่ม การปลูกควรเลือกพื้นที่มีแสงเพียงพอ ดินมีอินทรียวัตถุ ให้น้ำสม่ำเสมอ และตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมขนาด สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และผู้ปลูกบางรายใช้การตอนกิ่งเพื่อรักษาลักษณะต้นแม่ หากมีพื้นที่เพียงพอ มะกอกน้ำเป็นอีกหนึ่งไม้ผลพื้นบ้านที่น่าปลูกทั้งเพื่อรับประทานผลและสร้างร่มเงาในสวน

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต้นมะกอกน้ำ

1. มะกอกน้ำกับมะกอกป่าเป็นต้นเดียวกันหรือไม่?

ไม่ใช่ มะกอกน้ำมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elaeocarpus hygrophilus อยู่ในวงศ์ Elaeocarpaceae ส่วนมะกอกป่าที่พบในประเทศไทยโดยทั่วไปอยู่ในสกุล Spondias จึงเป็นพืชคนละกลุ่ม แม้ชื่อภาษาไทยจะคล้ายกัน

2. ต้นมะกอกน้ำปลูกในกระถางได้ไหม?

ปลูกได้โดยเฉพาะในระยะต้นยังเล็ก แต่เนื่องจากมะกอกน้ำสามารถโตเป็นต้นขนาดหลายเมตร จึงควรใช้กระถางใหญ่และตัดแต่งทรงพุ่มสม่ำเสมอ หากมีพื้นที่ การปลูกลงดินจะเหมาะกับการเลี้ยงระยะยาวและการให้ผลมากกว่า

3. มะกอกน้ำชอบน้ำมากไหม?

มะกอกน้ำเป็นต้นไม้ที่พบตามธรรมชาติในพื้นที่ชื้นและริมลำธาร จึงชอบดินที่มีความชื้นสม่ำเสมอ โดยเฉพาะต้นอ่อนและช่วงติดผล แต่หากปลูกในกระถางควรหลีกเลี่ยงวัสดุปลูกที่อับแน่นและมีน้ำเน่าขังตลอดเวลา

ความคิดเห็น

×