ตะไคร้ ประโยชน์ วิธีปลูกและดูแลให้แตกกอ พร้อมวิธีเก็บกิน
ตะไคร้ เป็นหนึ่งในพืชสวนครัวที่คนไทยนิยมปลูกไว้ใกล้บ้าน เพราะปลูกง่าย แตกกอได้ดี และสามารถเก็บส่วนโคนของลำต้น รวมถึงใบมาใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย โดยเฉพาะต้มยำ ต้มข่า แกง เครื่องแกง ยำ และอาหารไทยอีกหลายเมนู
จุดเด่นของตะไคร้คือเป็นพืชที่ไม่จำเป็นต้องปลูกใหม่ทุกครั้งหลังเก็บเกี่ยว หากกอแข็งแรงและดูแลอย่างเหมาะสม ต้นใหม่จะทยอยแตกออกจากโคน ทำให้สามารถมีตะไคร้สดไว้ใช้ในครัวได้อย่างต่อเนื่อง
ตะไคร้ยังเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย เพราะชอบแสงแดดและอากาศอบอุ่น สามารถปลูกได้ทั้งลงแปลง ริมรั้ว หรือในกระถางขนาดใหญ่ เพียงใช้ดินร่วนระบายน้ำดี ให้น้ำสม่ำเสมอในช่วงแรก และหมั่นแบ่งกอเมื่อต้นแน่นเกินไป
ตะไคร้ คืออะไร
ตะไคร้เป็นพืชในวงศ์หญ้า หรือ Poaceae เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปีที่แตกต้นรวมกันเป็นกอ และมีกลิ่นหอมคล้ายมะนาวจากน้ำมันหอมระเหยตามธรรมชาติ
- ชื่อไทย: ตะไคร้
- ชื่อภาษาอังกฤษ: Lemongrass
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Cymbopogon citratus (DC.) Stapf
- วงศ์: Poaceae
- ประเภท: พืชล้มลุกอายุหลายปี แตกเป็นกอ
- ส่วนที่ใช้: โคนต้น ลำต้น ใบ และรากในบางตำรับสมุนไพร
- การขยายพันธุ์: แยกต้นหรือแบ่งกอ
ลักษณะของต้นตะไคร้
ตะไคร้มีลักษณะเป็นกอแน่น ลำต้นที่เห็นเหนือดินส่วนใหญ่เกิดจากกาบใบซ้อนกัน บริเวณโคนมีสีขาวถึงเขียวอ่อน และเป็นส่วนที่นิยมใช้ประกอบอาหารมากที่สุด
ต้นสามารถสูงประมาณ 1–2 เมตร ขึ้นอยู่กับพันธุ์ สภาพดิน น้ำ และแสง
ใบมีลักษณะเรียวยาว ปลายแหลม และสามารถยาวได้หลายสิบเซนติเมตร ขอบใบอาจค่อนข้างคม จึงควรระวังเวลาตัดแต่งหรือเก็บใบ
ใบและลำต้นมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โดยเฉพาะเมื่อถูกขยี้หรือทุบ เพราะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในเนื้อเยื่อของพืช
ตะไคร้กับตะไคร้หอมเหมือนกันหรือไม่
ไม่ใช่พืชชนิดเดียวกัน แม้ว่าจะอยู่ในสกุล Cymbopogon เหมือนกัน และมีกลิ่นหอมคล้ายกัน
ตะไคร้สำหรับทำอาหาร
ตะไคร้ที่คนไทยนิยมใส่ต้มยำ ต้มข่า หรือใช้ทำเครื่องแกง คือ Cymbopogon citratus
ตะไคร้หอม
ตะไคร้หอมที่นิยมปลูกเพื่อสกัดน้ำมันหอมระเหย และใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ไล่แมลง มักเป็นพืชอย่าง Cymbopogon nardus หรือชนิดใกล้เคียง
ดังนั้นหากปลูกเพื่อประกอบอาหาร ควรเลือกต้นพันธุ์ตะไคร้สำหรับบริโภคให้ถูกชนิด
ประโยชน์ของตะไคร้ในการประกอบอาหาร
ตะไคร้มีกลิ่นหอมสดชื่น จึงนิยมใช้ช่วยเพิ่มกลิ่น และลดกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล
เมนูที่นิยมใช้ตะไคร้ ได้แก่
- ต้มยำ
- ต้มข่า
- ต้มแซ่บ
- แกงป่า
- เครื่องแกง
- ยำตะไคร้
- หมูหรือไก่ทอดตะไคร้
- น้ำตะไคร้
ตะไคร้ใช้ส่วนไหนทำอาหาร
ส่วนที่นิยมมากที่สุดคือ โคนต้นสีขาวถึงเขียวอ่อน เพราะเนื้อค่อนข้างอ่อน และมีกลิ่นหอมชัด
วิธีใช้โดยทั่วไป ได้แก่
- ทุบแล้วใส่ในต้มยำหรือต้มข่า
- ซอยบางๆ ใส่ยำ
- หั่นแล้วโขลกเป็นส่วนผสมเครื่องแกง
- ต้มทำน้ำสมุนไพร
ใบที่แก่กว่าสามารถนำไปต้มเพื่อแต่งกลิ่น หรือใช้ในเครื่องดื่มได้ แต่เนื้อใบค่อนข้างเหนียว จึงมักไม่นิยมเคี้ยวรับประทานโดยตรง
ตะไคร้มีน้ำมันหอมระเหยหรือไม่
มี ตะไคร้ทำอาหารหรือ Lemongrass มีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในใบและส่วนต่างๆ ของต้น ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นหอมแบบมะนาว
น้ำมันตะไคร้มีการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น เครื่องหอม สบู่ และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร
แต่ควรแยกจากคำว่า Citronella oil หรือน้ำมันตะไคร้หอม ซึ่งโดยทั่วไปได้จากตะไคร้หอมอีกชนิดหนึ่ง และนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงและแมลง
สรรพคุณทางสมุนไพรของตะไคร้
ตะไคร้มีประวัติการใช้เป็นสมุนไพรในภูมิปัญญาไทยมาเป็นเวลานาน โดยมีการใช้ราก ลำต้น และส่วนโคนของต้นในตำรับสมุนไพรบางประเภท
ข้อมูลสมุนไพรไทยระบุการใช้ตามภูมิปัญญา เช่น
- ช่วยขับลม
- ใช้สำหรับอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
- ใช้ช่วยขับปัสสาวะในตำรับพื้นบ้านบางรูปแบบ
- ใช้แต่งกลิ่นและช่วยลดกลิ่นคาวอาหาร
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเขียนหรือตีความว่า ตะไคร้สามารถรักษาโรคเกี่ยวกับสมอง โรคระบบทางเดินปัสสาวะ หรือโรคอื่นๆ ได้โดยตรง หากต้องการใช้ในรูปแบบสมุนไพรเพื่อรักษาอาการหรือโรค ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม
วิธีปลูกตะไคร้
วิธีง่ายที่สุดคือใช้ ต้นพันธุ์หรือหน่อจากกอเดิม แล้วนำมาปลูกลงดิน ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเมล็ด
สามารถใช้ต้นตะไคร้สดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ซึ่งยังมีส่วนโคนสมบูรณ์ มาเตรียมเป็นต้นพันธุ์ได้
วิธีเตรียมต้นพันธุ์ตะไคร้
- เลือกต้นที่โคนอวบ แข็งแรง ไม่มีรอยเน่า
- ตัดใบด้านบนออก เหลือความยาวประมาณ 20–30 เซนติเมตร
- ตัดรากเก่าที่แห้งหรือเสียหายออก
- นำลงปลูกในดินได้โดยตรง
หากต้นไม่มีรากใหม่ สามารถนำส่วนโคนไปแช่น้ำตื้นๆ ชั่วคราว เพื่อกระตุ้นให้เกิดราก จากนั้นจึงย้ายลงดิน
ต้องแช่น้ำให้รากงอกก่อนปลูกหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป
ต้นพันธุ์ที่มีโคนและรากสมบูรณ์ สามารถนำลงดินได้โดยตรง
ส่วนต้นที่ได้จากตลาดหรือมีรากเหลือน้อย สามารถทดลองแช่ส่วนโคนในน้ำ จนเริ่มเห็นรากใหม่ แล้วจึงนำไปปลูกในกระถางหรือแปลง
ดินปลูกตะไคร้ควรเป็นแบบไหน
ตะไคร้สามารถปรับตัวกับดินได้หลายประเภท แต่จะเติบโตได้ดีใน ดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีอินทรียวัตถุและระบายน้ำดี
ตัวอย่างสูตรดินสำหรับปลูกในกระถาง
- ดินปลูก 2 ส่วน
- ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน
- แกลบดำหรือกาบมะพร้าวสับ 1 ส่วน
สูตรสามารถปรับได้ตามวัสดุที่มี แต่หลักสำคัญคือ หลังรดน้ำแล้วน้ำส่วนเกินต้องระบายออกได้
ตะไคร้ชอบแดดหรือร่ม
ตะไคร้เป็นพืชที่ ชอบแสงแดดค่อนข้างมาก
ควรปลูกบริเวณที่ได้รับแสงโดยตรง ประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวันหรือมากกว่า เพื่อช่วยให้ต้นแข็งแรง แตกกอและสร้างลำต้นอวบ
หากปลูกในร่มมากเกินไป อาจพบว่า
- ต้นยืดยาว
- ลำต้นเล็ก
- กอไม่แน่น
- การเจริญเติบโตช้าลง
ตะไคร้ต้องรดน้ำทุกวันไหม
ในช่วงแรกหลังปลูก ควรรักษาความชื้นของดินให้สม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ต้นสร้างรากและตั้งตัว
เมื่อต้นแข็งแรงแล้ว ไม่จำเป็นต้องกำหนดตายตัวว่าต้องรดน้ำทุกวัน ควรดูสภาพดินและอากาศเป็นหลัก
ตะไคร้สามารถทนแล้งได้ในระดับหนึ่ง แต่หากต้องการให้ต้นอวบและแตกกอดี ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรปล่อยให้น้ำขังบริเวณโคน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเน่า
ตะไคร้ปลูกในกระถางได้ไหม
ปลูกได้ และเหมาะกับบ้านที่ไม่มีพื้นที่ทำแปลง
แต่เนื่องจากตะไคร้แตกกอค่อนข้างเร็ว ควรใช้กระถางขนาดใหญ่
แนะนำกระถางประมาณ 35–45 เซนติเมตรขึ้นไป และมีรูระบายน้ำหลายจุด
ในช่วงเริ่มปลูก สามารถปลูกประมาณ 2–4 ต้นต่อกระถางใหญ่ ขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะ
เมื่อกอขยายแน่นมาก ควรแบ่งกอออก เพื่อให้ต้นที่เหลือมีพื้นที่สร้างลำต้นใหม่
ทำไมตะไคร้ปลูกในกระถางแล้วต้นเล็ก
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- กระถางเล็กเกินไป
- กอแน่นเกินไป
- ดินเสื่อมและมีธาตุอาหารน้อย
- ได้รับแดดไม่เพียงพอ
- ขาดน้ำเป็นเวลานาน
- รากแน่นเต็มกระถาง
หากพบว่ามีต้นจำนวนมาก แต่ทุกต้นเริ่มเล็กและผอม ควรแบ่งกอและเปลี่ยนดินใหม่บางส่วน
วิธีใส่ปุ๋ยตะไคร้
สำหรับการปลูกไว้กินเอง สามารถเน้นปุ๋ยอินทรีย์ เช่น
- ปุ๋ยหมัก
- ปุ๋ยคอกเก่าที่สลายตัวดีแล้ว
- มูลไส้เดือน
- ปุ๋ยอินทรีย์สำเร็จรูป
สามารถเติมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก บริเวณรอบกอเป็นระยะ โดยไม่จำเป็นต้องพรวนดินลึก เพราะอาจกระทบระบบราก
สำหรับปุ๋ยเคมี สามารถใช้สูตรสำหรับพืชใบหรือปุ๋ยทั่วไป ตามคำแนะนำบนฉลาก ไม่ควรใส่เข้มข้นมากเกินไป
ตะไคร้กี่เดือนเก็บได้
ระยะเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับ ขนาดต้นพันธุ์ ดิน น้ำ แสง และวัตถุประสงค์ในการใช้
สำหรับการปลูกในสวนครัว เมื่อต้นแตกกอดี และลำต้นด้านล่างมีขนาดอวบพอสำหรับใช้งาน ก็สามารถทยอยเก็บได้
โดยทั่วไปอาจเริ่มมีต้นที่นำไปใช้ได้ภายในประมาณ 3–4 เดือนในสภาพที่เหมาะสม ขณะที่การปลูกเพื่อให้ได้กอใหญ่หรือผลผลิตเชิงการค้า อาจปล่อยไว้นานกว่านั้น
วิธีเก็บตะไคร้โดยไม่ทำลายทั้งกอ
หากปลูกไว้กินเอง ไม่จำเป็นต้องถอนทั้งกอ
- เลือกต้นด้านนอกของกอที่มีขนาดอวบ
- จับโคนต้นให้แน่น
- ใช้มีดสะอาดตัดบริเวณโคน หรือดึงแยกอย่างระมัดระวัง
- หลีกเลี่ยงการกระทบต้นอ่อนตรงกลางกอ
- เหลือต้นจำนวนหนึ่งไว้แตกกอต่อ
วิธีนี้ทำให้สามารถทยอยเก็บตะไคร้ ในขณะที่กอเดิมยังคงสร้างต้นใหม่ต่อไปได้
ควรแบ่งกอตะไคร้เมื่อไหร่
เมื่อกอตะไคร้โตมาก ลำต้นจะแน่นและแข่งขันกันทั้งแสง น้ำ และธาตุอาหาร
สัญญาณที่ควรแบ่งกอ ได้แก่
- ลำต้นเริ่มเล็กลง
- กอแน่นมาก
- มีต้นแห้งจำนวนมากตรงกลางกอ
- กระถางเต็มจนแทบไม่มีพื้นที่ว่าง
- ต้นแตกใหม่แต่ไม่โต
วิธีแบ่งกอ
- ตัดใบให้สั้นลงเพื่อจัดการง่าย
- ขุดหรือยกกอออกจากดิน
- แยกต้นออกเป็นกลุ่มเล็กๆ
- เลือกต้นที่แข็งแรง
- ตัดส่วนรากเก่าหรือส่วนที่เสียหายออก
- นำไปปลูกใหม่
- รดน้ำทันทีหลังปลูก
ตะไคร้ใบเหลืองเกิดจากอะไร
อาการใบเหลืองอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าขาดปุ๋ยเสมอไป
- ใบแก่ตามธรรมชาติ
- กอแน่นเกินไป
- ขาดน้ำ
- น้ำขังบริเวณราก
- ดินมีธาตุอาหารต่ำ
- ปลูกในที่แสงน้อย
หากเป็นเฉพาะใบล่างหรือใบรอบนอก ในขณะที่ยอดใหม่ยังแข็งแรง อาจเป็นการแก่ของใบตามธรรมชาติ สามารถตัดออกได้
ตะไคร้ใบแห้งที่ปลายเกิดจากอะไร
ปลายใบแห้งสามารถเกิดจาก
- ดินแห้งมากเกินไป
- อากาศร้อนและลมแรง
- รากแน่นกระถาง
- ปุ๋ยเข้มข้นหรือเกลือสะสมในดิน
- ใบแก่ตามธรรมชาติ
หากต้นโดยรวมยังแข็งแรง สามารถตัดใบแห้งออกเพื่อให้กอดูสะอาดขึ้นได้
โรคและแมลงของตะไคร้
ตะไคร้ถือเป็นพืชที่ค่อนข้างแข็งแรง และโดยทั่วไปมีปัญหาโรคและแมลงไม่มาก เมื่อเทียบกับผักสวนครัวหลายชนิด
อย่างไรก็ตาม อาจพบปัญหา เช่น
- ใบเป็นจุดจากเชื้อราบางชนิด
- โคนหรือรากเน่าในพื้นที่น้ำขัง
- หนอนกัดกินใบ
- เพลี้ยหรือแมลงดูดกินน้ำเลี้ยงบางชนิด
วิธีลดปัญหา
- ปลูกในที่มีแดดและอากาศถ่ายเท
- อย่าปล่อยกอแน่นจนเกินไป
- ตัดใบแก่หรือใบเป็นโรคออก
- หลีกเลี่ยงน้ำขัง
- แบ่งกอเมื่อเริ่มแน่น
ปลูกตะไคร้ข้างบ้านมีข้อดีอย่างไร
- ใช้ประกอบอาหารไทยได้บ่อย
- ปลูกครั้งเดียวแล้วแตกกอต่อได้
- ขยายพันธุ์ง่าย
- ปลูกในกระถางได้
- ดูแลไม่ยุ่งยาก
- ทนสภาพอากาศร้อนได้ดี
- เก็บได้หลายครั้ง
- ใบมีกลิ่นหอม
8 เคล็ดลับปลูกตะไคร้ให้ต้นอวบและแตกกอดี
-
เลือกต้นพันธุ์ที่โคนอวบ
หลีกเลี่ยงต้นที่มีรอยเน่าหรือแห้งมาก -
ปลูกในดินร่วน
ดินควรมีอินทรียวัตถุและระบายน้ำดี -
ให้แดดเพียงพอ
ประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวันหรือมากกว่า -
ให้น้ำสม่ำเสมอช่วงแรก
ช่วยให้ต้นสร้างรากและตั้งตัวเร็ว -
อย่าให้น้ำขัง
ดินแฉะตลอดเวลาสามารถสร้างปัญหาที่โคนและรากได้ -
เติมปุ๋ยหมักเป็นระยะ
โดยเฉพาะหลังเก็บต้นออกจากกอหลายต้น -
แบ่งกอเมื่อแน่น
ช่วยลดการแข่งขันและทำให้ต้นใหม่อวบขึ้น -
ตัดใบแห้งออก
ช่วยให้อากาศถ่ายเทและทำให้กอดูสะอาด
สรุป
ตะไคร้ (Cymbopogon citratus) เป็นพืชสวนครัวในวงศ์หญ้า ที่เหมาะกับการปลูกในประเทศไทยอย่างมาก เพราะชอบอากาศอบอุ่น แสงแดด และสามารถแตกกอให้เก็บใช้ได้ต่อเนื่อง
หัวใจสำคัญของการปลูกตะไคร้ให้ต้นอวบคือ ดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดเพียงพอ ให้น้ำสม่ำเสมอในช่วงแรก และไม่ปล่อยให้กอแน่นเกินไป
สามารถปลูกได้ทั้งลงแปลงและกระถาง และเมื่อกอแน่นควรแบ่งออกไปปลูกใหม่ เพราะหากปล่อยให้ต้นเบียดกันมาก ลำต้นมักมีขนาดเล็กลง
นอกจากใช้ประกอบอาหารแล้ว ตะไคร้ยังมีการใช้ตามภูมิปัญญาสมุนไพรไทย โดยเฉพาะด้านขับลมและอาการท้องอืด แต่ไม่ควรใช้แทนการรักษาทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือโรคประจำตัว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ในรูปแบบสมุนไพรเข้มข้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตะไคร้
1. ตะไคร้ปลูกกี่เดือนจึงเก็บได้?
หากใช้ต้นพันธุ์แข็งแรงและปลูกในสภาพเหมาะสม อาจเริ่มมีต้นขนาดพอใช้ประกอบอาหารได้ภายในประมาณ 3–4 เดือน แต่ระยะจริงขึ้นอยู่กับแสง น้ำ ดิน และขนาดต้นพันธุ์ หากต้องการกอขนาดใหญ่สามารถปล่อยให้โตนานกว่านี้ แล้วทยอยเก็บต้นด้านนอกของกอมาใช้ได้
2. ตะไคร้ปลูกในกระถางได้ไหม?
ได้ ควรใช้กระถางขนาดประมาณ 35–45 เซนติเมตรขึ้นไป มีรูระบายน้ำ และวางในบริเวณที่ได้รับแดดอย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อต้นแตกกอแน่นควรแบ่งกอ เพื่อช่วยให้ต้นที่เหลือมีพื้นที่สร้างลำต้นที่ใหญ่ขึ้น
3. ตะไคร้กับตะไคร้หอมต่างกันอย่างไร?
ตะไคร้ที่ใช้ประกอบอาหารทั่วไปคือ Cymbopogon citratus ส่วนตะไคร้หอมที่นิยมสกัดน้ำมันสำหรับผลิตภัณฑ์ไล่แมลง มักเป็นพืชอีกชนิด เช่น Cymbopogon nardus แม้ทั้งสองจะอยู่ในสกุลเดียวกันและมีกลิ่นหอม แต่ไม่ควรใช้ชื่อหรือวัตถุประสงค์แทนกันโดยไม่ตรวจสอบชนิดของต้น




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ใส่คำแนะนำในส่วนนี้ได้เลยค่ะ