วิธีปลูกโหระพา และขยายพันธุ์แบบง่ายสุด

โหระพา เป็นผักสวนครัวและสมุนไพรที่นิยมปลูกไว้ประจำบ้าน เพราะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใช้ประกอบอาหารไทยได้หลากหลาย เช่น แกงเขียวหวาน ผัดเผ็ด แกงป่า ห่อหมก และอาหารประเภทยำต่างๆ
นอกจากช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติให้อาหารแล้ว โหระพายังปลูกง่าย โตเร็ว และใช้พื้นที่ไม่มาก จึงเหมาะทั้งสำหรับบ้านที่มีแปลงผักและผู้ที่ต้องการปลูกในกระถางบนระเบียง อย่างไรก็ตาม หลายคนมักพบปัญหาต้นโหระพาโตสูง ใบเล็ก ออกดอกเร็ว หรือเก็บกินได้เพียงช่วงสั้นๆ การปลูกโหระพาให้มีใบดกและเก็บกินได้ตลอดปีจึงต้องอาศัยการดูแลอย่างถูกวิธี ตั้งแต่การเลือกกิ่งหรือเมล็ดพันธุ์ การเตรียมดิน การให้น้ำ แสงแดด การใส่ปุ๋ย ตลอดจนการตัดยอดและปลูกต้นใหม่หมุนเวียน บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้คุณมีโหระพาสด สะอาด และพร้อมเก็บมาประกอบอาหารได้ตลอดปี
โหระพาคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร
โหระพาเป็นพืชสมุนไพรในวงศ์เดียวกับกะเพราและแมงลัก มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นอ่อน แตกกิ่งได้ดี ใบมีสีเขียว ผิวเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว ลำต้นบางพันธุ์อาจมีสีม่วงแดง ส่วนช่อดอกมักมีสีม่วงหรือชมพูอ่อน
โหระพาเป็นพืชที่ชอบอากาศอบอุ่นถึงร้อน เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศของประเทศไทย และสามารถปลูกได้เกือบตลอดปี หากได้รับแสงแดด น้ำ และสารอาหารอย่างเพียงพอ จุดเด่นของโหระพาคือสามารถแตกยอดใหม่หลังการตัดได้รวดเร็ว จึงเหมาะสำหรับปลูกไว้เก็บกินอย่างต่อเนื่อง
โหระพาปลูกช่วงไหนดีที่สุด
โหระพาสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่เจริญเติบโตได้ดีคือฤดูร้อนและช่วงต้นฤดูฝน เพราะมีอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม แต่ละฤดูกาลมีข้อควรระวังแตกต่างกัน
- ฤดูร้อน ต้นโตเร็ว แต่ดินแห้งง่าย ควรรดน้ำให้เพียงพอและใช้วัสดุคลุมดิน
- ฤดูฝน ต้นเจริญเติบโตดี แต่ต้องระวังน้ำขัง รากเน่า และโรคเชื้อรา
- ฤดูหนาว ต้นอาจโตช้าลง ควรวางไว้ในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มที่
หากปลูกในกระถางจะสามารถเคลื่อนย้ายต้นให้เหมาะกับสภาพอากาศได้ง่าย จึงช่วยให้ปลูกและเก็บโหระพาได้ต่อเนื่องตลอดปี
วิธีเลือกพันธุ์โหระพาสำหรับปลูก
ควรเลือกเมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือเลือกต้นพันธุ์ที่มีลำต้นแข็งแรง ใบเขียว ไม่มีรอยโรค ไม่มีแมลง และไม่เหี่ยวเฉา หากซื้อโหระพาจากตลาดเพื่อนำมาปักชำ ควรเลือกกิ่งที่ยังสด ลำต้นไม่ช้ำ และมีข้อใบหลายข้อ
สำหรับการปลูกในบ้าน สามารถเลือกพันธุ์ทั่วไปที่นิยมใช้ประกอบอาหารได้ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกพันธุ์พิเศษ สิ่งสำคัญคือควรเลือกต้นที่มีกลิ่นหอม ใบใหญ่ และแตกยอดง่าย เพราะจะให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ดีกว่า
อุปกรณ์สำหรับปลูกโหระพา
การปลูกโหระพาใช้อุปกรณ์ไม่มาก สามารถเตรียมวัสดุพื้นฐานได้ดังนี้
- เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า หรือกิ่งโหระพา
- กระถางที่มีรูระบายน้ำ หรือแปลงปลูก
- ดินร่วนหรือดินปลูกสำเร็จรูป
- ปุ๋ยคอกเก่า ปุ๋ยหมัก หรือมูลไส้เดือน
- แกลบดำ ขุยมะพร้าว หรือกาบมะพร้าวสับ
- บัวรดน้ำหรือขวดสเปรย์
- กรรไกรตัดแต่งกิ่ง
หากปลูกในกระถาง ควรเลือกกระถางขนาดตั้งแต่ 8-12 นิ้วขึ้นไป และต้องมีรูระบายน้ำอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณราก
วิธีเตรียมดินปลูกโหระพา
โหระพาชอบดินร่วนซุย มีอินทรียวัตถุสูง เก็บความชื้นได้พอเหมาะ แต่ต้องระบายน้ำได้ดี ดินที่แน่นหรืออุ้มน้ำมากเกินไปอาจทำให้รากเน่าและต้นชะงักการเจริญเติบโต
สูตรดินปลูกโหระพาแบบง่ายประกอบด้วย
- ดินร่วน 2 ส่วน
- ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน
- แกลบดำหรือขุยมะพร้าว 1 ส่วน
คลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน หากดินเหนียวมากสามารถเพิ่มทรายหยาบ กาบมะพร้าวสับ หรือแกลบดิบ เพื่อช่วยเพิ่มช่องว่างในดิน ก่อนปลูกควรรดน้ำให้ดินมีความชื้นเล็กน้อย แต่ไม่ควรให้เปียกแฉะ
วิธีปลูกโหระพาจากเมล็ด
การปลูกจากเมล็ดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการต้นโหระพาจำนวนมาก และต้องการวางแผนปลูกเป็นรุ่นเพื่อเก็บกินตลอดปี โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เตรียมภาชนะเพาะ ใช้ถาดเพาะ กระถางเล็ก หรือกล่องพลาสติกเจาะรู ใส่ดินเพาะที่ร่วนและละเอียด
- หว่านเมล็ด โรยเมล็ดให้กระจายทั่วพื้นที่ ไม่ควรหว่านหนาแน่นเกินไป
- กลบดินบางๆ ใช้ดินละเอียดหรือขุยมะพร้าวโรยทับเมล็ดเพียงเล็กน้อย
- รดน้ำแบบฝอย ใช้ขวดสเปรย์หรือบัวรดน้ำหัวฝอย เพื่อไม่ให้เมล็ดกระจาย
- วางในที่มีแสงรำไร รักษาความชื้นจนกว่าเมล็ดจะงอก
เมล็ดโหระพามักเริ่มงอกภายในประมาณ 5-10 วัน เมื่อกล้ามีใบจริงประมาณ 3-4 คู่ และลำต้นแข็งแรง จึงสามารถย้ายลงกระถางหรือแปลงปลูกได้
วิธีปลูกโหระพาจากกิ่ง
การปักชำกิ่งเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา เพราะกิ่งสามารถออกรากและเติบโตเป็นต้นใหม่ได้ภายในระยะเวลาไม่นาน
- เลือกกิ่งโหระพาที่แข็งแรง ความยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร
- ตัดใบส่วนล่างออก เหลือใบด้านบนประมาณ 2-3 คู่
- นำกิ่งแช่ในแก้วน้ำสะอาด โดยให้ข้อใบส่วนล่างจุ่มอยู่ในน้ำ
- วางแก้วไว้ในบริเวณที่มีแสงสว่าง แต่ไม่โดนแดดจัด
- เปลี่ยนน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน
- เมื่อรากยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร จึงย้ายลงดิน
หลังย้ายปลูกควรวางกระถางไว้ในที่มีแสงรำไรประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้ต้นปรับตัว ก่อนย้ายไปยังบริเวณที่ได้รับแสงแดดมากขึ้น
ระยะปลูกโหระพาที่เหมาะสม
หากปลูกในแปลง ควรเว้นระยะระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นมีพื้นที่แตกกิ่งและอากาศถ่ายเทได้ดี การปลูกชิดกันเกินไปจะทำให้ต้นยืด ใบเล็ก และมีความชื้นสะสมสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเชื้อรา
สำหรับการปลูกในกระถางขนาด 8-10 นิ้ว ควรปลูกประมาณ 1-2 ต้นต่อกระถาง หากปลูกหลายต้นเกินไป รากจะแย่งน้ำและธาตุอาหารกัน ทำให้ต้นไม่แข็งแรงและให้ใบไม่เต็มที่
โหระพาต้องการแดดกี่ชั่วโมง
โหระพาควรได้รับแสงแดดประมาณวันละ 4-6 ชั่วโมง แสงแดดช่วยให้ต้นแข็งแรง ใบมีสีเขียวเข้ม และมีกลิ่นหอมชัดเจน หากปลูกในบริเวณที่มีแดดน้อย ต้นมักยืดยาว ลำต้นอ่อน ใบบาง และแตกกิ่งน้อย
แดดช่วงเช้าเหมาะกับโหระพามากที่สุด เพราะไม่ร้อนจัดเกินไป หากบริเวณปลูกได้รับแดดแรงตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในฤดูร้อน อาจใช้ตาข่ายพรางแสงเล็กน้อยในช่วงบ่าย เพื่อช่วยลดอาการใบไหม้หรือเหี่ยว
วิธีรดน้ำโหระพาอย่างถูกต้อง
โหระพาชอบดินที่มีความชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่ชอบน้ำขัง โดยทั่วไปควรรดน้ำวันละ 1 ครั้งในช่วงเช้า หากอากาศร้อนมากหรือปลูกในกระถางขนาดเล็ก ดินอาจแห้งเร็ว สามารถรดน้ำเพิ่มในช่วงเย็นได้
ก่อนรดน้ำควรใช้นิ้วตรวจหน้าดิน หากดินลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตรยังชื้นอยู่ สามารถเว้นการรดน้ำได้ การรดน้ำบ่อยเกินไปอาจทำให้ใบเหลือง รากเน่า และลำต้นอ่อนแอ
ในฤดูฝนควรลดปริมาณน้ำและตรวจสอบรูระบายน้ำไม่ให้อุดตัน หากฝนตกต่อเนื่องควรย้ายกระถางไปยังบริเวณที่มีหลังคาหรือสามารถระบายอากาศได้ดี
วิธีใส่ปุ๋ยให้โหระพาใบดก
เนื่องจากโหระพาเป็นพืชที่เก็บเกี่ยวใบ จึงต้องการธาตุอาหารสำหรับสร้างลำต้นและใบอย่างต่อเนื่อง ควรใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกเก่า หรือมูลไส้เดือนทุก 15-30 วัน โดยโรยรอบโคนต้นและพรวนดินเบาๆ
สามารถใช้น้ำหมักชีวภาพหรือน้ำสกัดจากปุ๋ยหมักแบบเจือจางรดทุก 7-14 วัน แต่ไม่ควรใช้เข้มข้นเกินไป เพราะอาจทำให้รากเสียหายได้
หากใช้ปุ๋ยเคมี สามารถเลือกสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 ในปริมาณน้อย โดยโรยห่างจากโคนต้นและรดน้ำตามทันที อย่างไรก็ตาม สำหรับโหระพาที่ปลูกไว้รับประทานในครัวเรือน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์จะช่วยดูแลได้ง่ายและลดความเสี่ยงจากการใช้ปุ๋ยมากเกินไป
ตัดยอดอย่างไรให้โหระพาแตกกิ่งมาก
การตัดยอดเป็นวิธีสำคัญที่สุดในการทำให้โหระพาแตกเป็นพุ่มและให้ใบมาก เมื่อต้นสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร หรือมีใบจริงประมาณ 5-6 คู่ ควรตัดยอดหลักเหนือข้อใบประมาณ 1 เซนติเมตร
หลังตัดยอด ตาข้างบริเวณซอกใบจะเริ่มแตกออกเป็นกิ่งใหม่ 2 กิ่ง ทำให้ต้นมีจำนวนยอดเพิ่มขึ้น หากตัดยอดใหม่อย่างต่อเนื่อง ต้นจะมีลักษณะเป็นพุ่มและให้ผลผลิตมากกว่าต้นที่ปล่อยให้สูงขึ้นเพียงกิ่งเดียว
ทุกครั้งที่เก็บโหระพาไปประกอบอาหาร ควรตัดเป็นยอดพร้อมก้านเล็กน้อย แทนการเด็ดเฉพาะใบ เพราะการตัดยอดจะช่วยกระตุ้นการแตกกิ่งใหม่ได้ดีกว่า
ควรตัดดอกโหระพาหรือไม่
เมื่อต้นโหระพาเริ่มมีอายุมากขึ้นหรือได้รับความเครียดจากอากาศร้อนและการขาดน้ำ ต้นจะเริ่มออกช่อดอก หากปล่อยให้ดอกเจริญเติบโตต่อไป สารอาหารส่วนใหญ่จะถูกส่งไปสร้างดอกและเมล็ด ทำให้ใบเล็กลง ลำต้นแข็ง และแตกยอดใหม่ช้าลง
หากต้องการเก็บใบกินอย่างต่อเนื่อง ควรตัดช่อดอกออกทันทีที่เริ่มพบ วิธีนี้ช่วยให้ต้นนำพลังงานกลับไปสร้างใบและยอดใหม่ อย่างไรก็ตาม สามารถปล่อยช่อดอกไว้บางส่วนได้ หากต้องการเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกในรุ่นถัดไป
วิธีเก็บโหระพาให้ต้นไม่โทรม
โหระพาสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 40-60 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการดูแล ควรใช้กรรไกรสะอาดตัดยอดเหนือข้อใบ เพื่อให้ต้นสามารถแตกยอดใหม่จากบริเวณดังกล่าว
ไม่ควรตัดกิ่งจนโล่งหรือเก็บใบออกมากเกินไปในครั้งเดียว ควรเหลือใบไว้บนต้นอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ต้นสามารถสังเคราะห์แสงและฟื้นตัวได้เร็ว หลังเก็บเกี่ยวควรรดน้ำให้พอเหมาะ และสามารถเติมปุ๋ยหมักเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นยอดชุดใหม่
วิธีปลูกโหระพาให้ได้กินตลอดปี
การปลูกโหระพาให้ได้กินตลอดปีไม่ควรพึ่งต้นเพียงชุดเดียว เพราะเมื่อต้นมีอายุมาก ลำต้นจะแข็ง ใบเล็ก และออกดอกเร็วขึ้น วิธีที่ดีที่สุดคือการวางแผนปลูกแบบหมุนเวียน
ควรเพาะเมล็ดหรือปักชำต้นใหม่ทุก 1-2 เดือน ครั้งละประมาณ 3-5 ต้น เมื่อต้นรุ่นแรกเริ่มแก่ ต้นรุ่นใหม่จะเติบโตและพร้อมเก็บเกี่ยวพอดี ทำให้มีผลผลิตต่อเนื่องโดยไม่ขาดช่วง
นอกจากนี้ควรแบ่งปลูกหลายกระถาง แทนการปลูกรวมกันทั้งหมดในกระถางเดียว หากมีโรคหรือแมลงระบาด จะสามารถแยกต้นที่มีปัญหาออกได้ทันที และลดโอกาสที่ต้นทั้งหมดจะเสียหายพร้อมกัน
ตัวอย่างแผนปลูกโหระพาหมุนเวียน
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรทำ | ผลที่คาดหวัง |
|---|---|---|
| สัปดาห์ที่ 1 | เพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่งชุดแรก | เริ่มสร้างต้นรุ่นใหม่ |
| สัปดาห์ที่ 4-6 | ย้ายปลูกและเริ่มตัดยอด | ต้นแตกกิ่งและเป็นพุ่ม |
| เดือนที่ 2 | เริ่มเก็บยอดและเพาะต้นชุดใหม่ | มีผลผลิตต่อเนื่อง |
| ทุก 1-2 เดือน | เพาะหรือปักชำเพิ่ม | มีต้นทดแทนตลอดปี |
โรคและแมลงที่พบบ่อยในโหระพา
1. เพลี้ยอ่อน
เพลี้ยอ่อนมักเกาะบริเวณยอดอ่อนและใต้ใบ เพื่อดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ใบหงิก ยอดชะงัก และต้นอ่อนแอ หากพบในจำนวนไม่มาก สามารถใช้มือเช็ดออกหรือฉีดน้ำไล่ หากระบาดมากอาจใช้น้ำสกัดสะเดาหรือน้ำสบู่อ่อนๆ แบบเจือจางฉีดพ่นช่วงเย็น
2. แมลงหวี่ขาว
แมลงหวี่ขาวมักเกาะใต้ใบและบินออกเมื่อเขย่าต้น ควรตัดใบที่มีการระบาดหนักออก และติดกับดักกาวเหนียวสีเหลืองใกล้บริเวณปลูก เพื่อลดจำนวนแมลงตัวเต็มวัย
3. หนอนกัดใบ
หนอนกัดใบทำให้ใบโหระพาเป็นรูหรือเหลือแต่เส้นใบ ควรตรวจต้นในช่วงเช้าหรือเย็น และเก็บหนอนออกด้วยมือ การใช้ตาข่ายคลุมแปลงสามารถลดการวางไข่ของแมลงได้
4. โรคใบจุด
โรคใบจุดมักเกิดในช่วงที่มีความชื้นสูง อากาศถ่ายเทไม่ดี หรือรดน้ำจนใบเปียกตลอดคืน ควรตัดใบที่เป็นโรคทิ้ง ลดความหนาแน่นของต้น และรดน้ำเฉพาะบริเวณโคนต้น
5. รากเน่าและโคนเน่า
มักเกิดจากดินแฉะหรือรูระบายน้ำอุดตัน ต้นจะแสดงอาการใบเหลือง เหี่ยว และโคนต้นมีสีเข้ม ควรลดการให้น้ำ เปลี่ยนดิน และเพิ่มวัสดุช่วยระบายน้ำ หากต้นเสียหายมากควรถอนออก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังต้นอื่น
ปัญหาที่พบบ่อยในการปลูกโหระพา
โหระพาใบเล็ก
สาเหตุอาจมาจากขาดแสง ขาดธาตุอาหาร ปลูกแน่นเกินไป หรือต้นเริ่มแก่ ควรเพิ่มแสงแดด ตัดแต่งกิ่ง เติมปุ๋ยหมัก และเพาะต้นรุ่นใหม่ทดแทน
โหระพาต้นสูงแต่ไม่แตกกิ่ง
มักเกิดจากไม่ได้ตัดยอดหรือได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ ควรย้ายไปบริเวณที่มีแดดมากขึ้น และตัดยอดหลักเหนือข้อใบเพื่อกระตุ้นกิ่งข้าง
โหระพาใบเหลือง
อาจเกิดจากรดน้ำมากเกินไป ดินระบายน้ำไม่ดี หรือขาดสารอาหาร ควรตรวจความชื้นของดินก่อนรดน้ำ ปรับรูระบายน้ำ และใส่ปุ๋ยหมักในปริมาณพอเหมาะ
โหระพาเหี่ยวตอนกลางวัน
หากต้นฟื้นตัวในช่วงเย็น อาจเกิดจากอากาศร้อนจัดและการคายน้ำสูง ควรรดน้ำในช่วงเช้า คลุมหน้าดิน และพรางแสงเล็กน้อยในช่วงบ่าย แต่หากต้นเหี่ยวตลอดเวลา ควรตรวจปัญหารากเน่าหรือดินแฉะด้วย
โหระพาออกดอกเร็ว
อาจเกิดจากต้นมีอายุมาก ขาดน้ำ หรือไม่ได้ตัดยอดอย่างสม่ำเสมอ ควรตัดช่อดอกทันที รดน้ำให้เหมาะสม และเพาะต้นชุดใหม่ไว้ทดแทน
เคล็ดลับปลูกโหระพาในกระถาง
การปลูกโหระพาในกระถางเหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด คอนโด หรือระเบียง ควรเลือกกระถางทรงลึกและมีรูระบายน้ำหลายรู วางในบริเวณที่ได้รับแสงแดดช่วงเช้าหรือแดดอย่างน้อยวันละ 4 ชั่วโมง
ควรหมุนกระถางทุก 3-5 วัน เพื่อให้ทุกด้านของต้นได้รับแสงอย่างสม่ำเสมอ หากปลูกบนระเบียงที่มีลมแรง อาจใช้ไม้ค้ำต้นในช่วงแรก เพื่อป้องกันลำต้นหักหรือโยกจนรากเสียหาย
เนื่องจากดินในกระถางสูญเสียธาตุอาหารเร็ว ควรเติมปุ๋ยหมักหรือมูลไส้เดือนทุก 2-4 สัปดาห์ และเปลี่ยนดินบางส่วนเมื่อต้นปลูกมาเป็นเวลานาน
วิธีเก็บเมล็ดโหระพาไว้ปลูกต่อ
เลือกต้นโหระพาที่แข็งแรง ใบดก และไม่เป็นโรค จากนั้นปล่อยช่อดอกบางส่วนไว้จนดอกแห้งและเมล็ดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ตัดช่อดอกใส่ถุงกระดาษและผึ่งไว้ในที่ร่มประมาณ 5-7 วัน
เมื่อช่อดอกแห้งสนิท ให้ขยี้เบาๆ เพื่อแยกเมล็ดออกจากเศษดอก จากนั้นเก็บเมล็ดในซองกระดาษหรือภาชนะปิดสนิท วางในที่แห้งและไม่โดนแสงแดด ควรเขียนชื่อพันธุ์และวันที่เก็บไว้ เพื่อสะดวกต่อการนำมาเพาะในภายหลัง
บทสรุป
การปลูกโหระพาให้เก็บกินได้ตลอดปีทำได้ไม่ยาก เพียงใช้ดินร่วน ระบายน้ำดี ให้แสงแดดเพียงพอ รดน้ำอย่างเหมาะสม ตัดยอดและช่อดอกสม่ำเสมอ พร้อมเพาะต้นใหม่ทุก 1-2 เดือน ก็จะมีโหระพาสดไว้ประกอบอาหารอย่างต่อเนื่อง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกโหระพา
1. โหระพาควรรดน้ำวันละกี่ครั้ง?
โดยทั่วไปควรรดน้ำวันละ 1 ครั้งในช่วงเช้า หากอากาศร้อนจัดและดินแห้งเร็ว อาจรดเพิ่มช่วงเย็น แต่ควรตรวจความชื้นของดินก่อน เพื่อป้องกันน้ำขังและรากเน่า
2. ทำอย่างไรให้โหระพาแตกกิ่งและใบดก?
ควรตัดยอดเมื่อต้นสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตัดเหนือข้อใบเพื่อกระตุ้นให้แตกกิ่งด้านข้าง พร้อมใส่ปุ๋ยหมักและตัดช่อดอกออกอย่างสม่ำเสมอ
3. โหระพาหนึ่งต้นเก็บกินได้นานแค่ไหน?
หากดูแลดีสามารถเก็บกินได้หลายเดือน แต่เมื่อต้นแก่ ใบจะเล็กและออกดอกง่าย จึงควรเพาะเมล็ดหรือปักชำต้นใหม่ทุก 1-2 เดือน เพื่อให้มีผลผลิตหมุนเวียนตลอดปี
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ใส่คำแนะนำในส่วนนี้ได้เลยค่ะ