แก่นตะวัน วิธีปลูก เก็บหัว ประโยชน์ และวิธีกิน Jerusalem Artichoke
แก่นตะวัน เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจมาก เพราะนอกจากปลูกเพื่อเก็บหัวมารับประทานแล้ว ต้นยังมีดอกสีเหลืองสวยคล้ายดอกทานตะวัน หากปลูกหลายต้นรวมกัน ตอนออกดอกพร้อมกันก็ดูสวยไม่แพ้ไม้ดอกประดับเลยทีเดียว
แก่นตะวันมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Jerusalem Artichoke หรือ Sunchoke และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helianthus tuberosus L. เป็นพืชในวงศ์ Asteraceae วงศ์เดียวกับทานตะวัน โดยส่วนที่นิยมนำมารับประทานคือ หัวใต้ดิน (tuber) ซึ่งเกิดจากลำต้นใต้ดิน ไม่ใช่รากโดยตรง
หัวแก่นตะวันมีรูปร่างเป็นปุ่มคล้ายขิง สีของเปลือกแตกต่างกันตามพันธุ์ เนื้อด้านในกรอบ สามารถรับประทานสดได้ มีรสหวานอ่อน ๆ และเนื้อสัมผัสกรอบคล้ายแห้ว นอกจากนี้ยังสามารถนำไปผัด ต้ม อบ ทำสลัด หรือแปรรูปเป็นอาหารได้หลายอย่าง
แก่นตะวันคืออะไร
แก่นตะวันเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปีในสภาพถิ่นกำเนิด แต่ในการปลูกเพื่อเก็บหัวมักจัดการเป็นพืชฤดูเดียว เมื่อต้นเติบโตเต็มที่สามารถมีความสูงประมาณ 1.5–3 เมตร ขึ้นอยู่กับพันธุ์ สภาพดิน น้ำ และสภาพอากาศ
ลำต้นตั้งตรง ใบค่อนข้างสาก เมื่อถึงระยะออกดอกจะมีดอกสีเหลืองลักษณะคล้ายทานตะวันขนาดเล็กเกิดบริเวณปลายกิ่ง
สิ่งที่อยู่ใต้ดินกลับน่าสนใจกว่า เพราะต้นจะสร้างหัวจำนวนหนึ่งรอบบริเวณรากและลำต้นใต้ดิน หัวเหล่านี้เป็นส่วนสะสมคาร์โบไฮเดรตและเป็นส่วนที่นำมารับประทาน
ชื่ออื่นของแก่นตะวัน
- Jerusalem Artichoke
- Sunchoke
- Sunroot
- Topinambur
- ในประเทศไทยบางพื้นที่เรียกว่า แห้วบัวตอง
แม้ชื่อภาษาอังกฤษจะมีคำว่า Artichoke แต่แก่นตะวันไม่ได้เป็นอาร์ติโชก และไม่ได้มีถิ่นกำเนิดจากกรุงเยรูซาเลม ชื่อดังกล่าวเป็นชื่อสามัญที่ใช้สืบต่อกันมา
หัวแก่นตะวันมีอะไรน่าสนใจ
จุดเด่นของหัวแก่นตะวันคือคาร์โบไฮเดรตสะสมส่วนหนึ่งอยู่ในรูปของ อินนูลิน (Inulin) ซึ่งแตกต่างจากพืชหัวหลายชนิดที่สะสมคาร์โบไฮเดรตในรูปแป้งเป็นหลัก
อินนูลินเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำและจัดอยู่ในกลุ่มพรีไบโอติก ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยอินนูลินได้ทั้งหมดในลำไส้เล็ก จึงเดินทางต่อไปยังลำไส้ใหญ่และถูกจุลินทรีย์บางชนิดนำไปใช้
อินนูลินในแก่นตะวันมีประโยชน์อย่างไร
อินนูลินได้รับความสนใจในงานด้านโภชนาการ เพราะสามารถทำหน้าที่เป็นอาหารของแบคทีเรียบางกลุ่มที่เป็นประโยชน์ในลำไส้ จึงมีการนำอินนูลินไปใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารและผลิตภัณฑ์พรีไบโอติกหลายประเภท
ประโยชน์ที่มีการศึกษากัน ได้แก่
- ช่วยเพิ่มใยอาหารในมื้ออาหาร
- สนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในลำไส้
- อาจช่วยเรื่องการขับถ่ายในบางคน
- ใยอาหารช่วยเพิ่มความอิ่ม จึงอาจเป็นประโยชน์ในการจัดการอาหารและน้ำหนักตัว
- มีการศึกษาผลของอินนูลินต่อระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด และระบบเมตาบอลิซึมอย่างต่อเนื่อง
แก่นตะวันช่วยลดความอ้วนจริงหรือไม่
ควรใช้คำว่า “อาจเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนัก” มากกว่าการบอกว่าแก่นตะวันเป็นอาหารลดความอ้วนโดยตรง
เหตุผลคืออินนูลินและใยอาหารไม่ถูกย่อยเหมือนแป้งทั่วไปทั้งหมด และอาหารที่มีใยอาหารสามารถช่วยเพิ่มความรู้สึกอิ่มได้ แต่การลดน้ำหนักยังขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานรวม อาหารทั้งวัน การออกกำลังกาย การนอน และปัจจัยส่วนบุคคล
ดังนั้นการรับประทานแก่นตะวันเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้น้ำหนักลดโดยอัตโนมัติ
คนเป็นเบาหวานกินแก่นตะวันได้ไหม
หัวแก่นตะวันมีองค์ประกอบของคาร์โบไฮเดรตที่แตกต่างจากมันฝรั่งหรือข้าว เนื่องจากมีอินนูลินอยู่มาก จึงเป็นอาหารที่ได้รับความสนใจในงานวิจัยด้านระดับน้ำตาลและเมตาบอลิซึม
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นเบาหวานยังควรนับแก่นตะวันเป็นส่วนหนึ่งของอาหารโดยรวม ไม่ควรรับประทานเพื่อทดแทนยา หรือนำมาใช้เป็นวิธีรักษาโรคเบาหวาน
กินแก่นตะวันมากเกินไปมีผลอย่างไร
เนื่องจากแก่นตะวันมีอินนูลินและฟรุกแตนค่อนข้างมาก เมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้นำไปหมัก อาจทำให้บางคนเกิด
- ท้องอืด
- มีแก๊ส
- แน่นท้อง
- ปวดบิด
- ถ่ายมากขึ้น
โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยรับประทานอาหารที่มีอินนูลินมาก ควรเริ่มจากปริมาณเล็กน้อยก่อนแล้วสังเกตการตอบสนองของร่างกาย
วิธีกินแก่นตะวัน
หัวแก่นตะวันสามารถรับประทานได้ทั้งแบบสดและปรุงสุก หลังขุดขึ้นมาควรล้างดินออกให้สะอาด โดยใช้แปรงช่วยขัดตามซอกของหัว
กินสด
สามารถหั่นบาง ๆ รับประทานเป็นผักสดหรือใส่สลัด เนื้อกรอบและมีรสหวานอ่อน ๆ หากแช่เย็นก่อนรับประทานจะให้ความรู้สึกสดชื่นมากขึ้น
ผัด
สามารถนำไปผัดกับผัก เนื้อสัตว์ หรือเห็ดได้ คล้ายกับการใช้แห้วหรือมันฝรั่ง
อบ
หั่นเป็นชิ้นแล้วอบกับน้ำมันเล็กน้อย สามารถรับประทานเป็นเครื่องเคียงได้
ต้ม
สามารถนำไปต้มในซุปได้ แต่หากต้มนานมากเนื้ออาจนิ่มลง จึงควรปรับเวลาตามลักษณะอาหารที่ต้องการ
วิธีปลูกต้นแก่นตะวัน
แก่นตะวันขยายพันธุ์ได้ง่ายโดยใช้หัว เหมือนกับการปลูกพืชหัวหลายชนิด สามารถใช้หัวทั้งหัว หรือหากหัวมีขนาดใหญ่สามารถแบ่งเป็นชิ้นได้ โดยแต่ละชิ้นควรมีตาที่สมบูรณ์ติดอยู่
1. เตรียมหัวพันธุ์
เลือกหัวแข็งแรง ไม่มีรอยเน่า เชื้อรา หรือส่วนที่นิ่มผิดปกติ หากหัวใหญ่สามารถตัดแบ่งโดยให้แต่ละชิ้นมีตาอย่างน้อย 1–2 ตา
หลังตัดควรพักบริเวณรอยตัดให้แห้งก่อนนำลงดิน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเน่า
2. จำเป็นต้องแช่ตู้เย็นก่อนปลูกหรือไม่
การเก็บหัวในอุณหภูมิต่ำสามารถมีผลต่อระยะพักตัวของหัวในบางสภาพการผลิต แต่สำหรับการปลูกทั่วไปไม่ควรกำหนดตายตัวว่าต้องแช่ตู้เย็น 2 วันหรือ 20 วันเสมอไป
หากหัวพันธุ์มีตาที่พร้อมแตกและเป็นพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่ สามารถนำไปปลูกได้ตามคำแนะนำของแหล่งพันธุ์ที่ซื้อมา
3. ดินปลูก
ควรเป็นดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และค่อนข้างร่วนซุย เพราะหัวจะขยายตัวอยู่ใต้ดิน หากดินแข็งและแน่นมาก หัวอาจมีรูปร่างผิดปกติและขุดเก็บได้ยาก
สามารถปรับดินด้วย
- ปุ๋ยหมัก
- ปุ๋ยคอกเก่า
- แกลบดำ
- กาบมะพร้าวสับ
แต่ไม่ควรใส่ปุ๋ยคอกสดลงสัมผัสกับหัวพันธุ์โดยตรง
4. วิธีปลูกหัวแก่นตะวัน
- เตรียมพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดดี
- พรวนดินให้ลึกและร่วนซุย
- ปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า
- ขุดหลุมลึกประมาณ 10–15 เซนติเมตร
- วางหัวหรือชิ้นพันธุ์ลงในหลุม
- ให้ตาหันขึ้นหรือวางตามธรรมชาติ
- กลบดิน
- รดน้ำให้ดินชุ่มหลังปลูก
ระยะปลูกแก่นตะวัน
หากปลูกเพียงไม่กี่ต้นในบ้าน ควรเว้นระยะระหว่างต้นประมาณ 30–50 เซนติเมตร เพื่อให้แต่ละต้นมีพื้นที่สร้างกิ่งและหัวใต้ดิน
อย่าปลูกติดกันแน่นเกินไป เพราะเมื่อต้นโตเต็มที่ทรงพุ่มจะค่อนข้างใหญ่และสามารถบังแสงกันเองได้
แก่นตะวันชอบแดดหรือร่ม
แก่นตะวันอยู่ในสกุลเดียวกับทานตะวันและชอบบริเวณที่ได้รับ แสงแดดเต็มที่ หากต้องการให้ต้นแข็งแรงและสร้างหัวได้ดี ควรได้รับแสงแดดหลายชั่วโมงต่อวัน
ต้นที่ได้รับแสงน้อยมากอาจยืด ลำต้นไม่แข็งแรง และให้ผลผลิตหัวลดลง
วิธีรดน้ำแก่นตะวัน
ไม่จำเป็นต้องรดน้ำเช้าและเย็นทุกวันตลอดระยะการปลูก การให้น้ำควรดูจากความชื้นของดินและสภาพอากาศเป็นหลัก
- หลังปลูกควรรักษาดินให้มีความชื้นเพื่อช่วยให้หัวแตกยอด
- เมื่อต้นตั้งตัวแล้ว ให้รดเมื่อดินเริ่มแห้ง
- ช่วงอากาศร้อนจัดอาจต้องให้น้ำบ่อยขึ้น
- ช่วงฝนตกควรลดน้ำ
- ไม่ควรปล่อยให้ดินมีน้ำขัง เพราะหัวใต้ดินอาจเน่าได้
วิธีให้ปุ๋ยแก่นตะวัน
ก่อนปลูกสามารถผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่าลงในดินเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ หลังต้นตั้งตัวแล้วสามารถเสริมปุ๋ยในปริมาณพอเหมาะตามความสมบูรณ์ของดิน
ไม่ควรให้ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป เพราะอาจกระตุ้นการสร้างต้นและใบมากจนเกินความจำเป็น
ต้นสูงมากต้องทำอย่างไร
แก่นตะวันสามารถสูงเกิน 2 เมตรได้ในสภาพที่เหมาะสม หากปลูกใกล้บ้านหรือริมกำแพง ควรคำนึงถึงลมแรง เพราะต้นสูงสามารถเอนได้
อาจใช้ไม้ค้ำช่วยพยุง หรือเลือกพื้นที่ที่มีแนวรั้วช่วยบังลม แต่ไม่ควรผูกต้นแน่นจนเกิดบาดแผล
แก่นตะวันออกดอกเมื่อไร
ในประเทศไทยมีรายงานการทดลองปลูกบางพื้นที่พบการออกดอกตั้งแต่อายุประมาณ 2 เดือน แต่ระยะเวลาจริงแตกต่างกันได้ตามพันธุ์ วันปลูก อุณหภูมิ และสภาพพื้นที่
ดอกสีเหลืองเป็นสัญญาณว่าต้นเข้าสู่ช่วงการเจริญระยะหลัง แต่ การเห็นดอกไม่ได้หมายความว่าหัวพร้อมเก็บทันที ควรรอให้ต้นเข้าสู่ระยะแก่ก่อนเพื่อให้หัวสะสมอาหารเต็มที่
แก่นตะวันใช้เวลาปลูกกี่เดือน
สำหรับการผลิตในประเทศไทย รอบปลูกจนถึงเก็บหัวมักอยู่ประมาณ 4 เดือน หรือประมาณ 16–20 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับพันธุ์และสภาพแวดล้อม
ดังนั้นข้อความว่าเห็นดอกประมาณ 2–3 เดือนสามารถเกิดขึ้นได้ แต่การเก็บหัวควรรอให้ต้นแก่กว่านั้น
วิธีดูว่าแก่นตะวันพร้อมเก็บเกี่ยว
สังเกตจากลักษณะของต้น เช่น
- ดอกเริ่มโรยหรือแห้ง
- ใบเริ่มเหลือง
- ลำต้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
- ส่วนเหนือดินเริ่มแห้งตามธรรมชาติ
เมื่อเห็นว่าต้นเข้าสู่ระยะแก่ จึงเริ่มทดลองขุดหัวบริเวณข้างต้นขึ้นมาตรวจสอบ
วิธีเก็บเกี่ยวหัวแก่นตะวัน
- ตัดลำต้นด้านบนออกเพื่อให้ทำงานสะดวก
- ใช้จอบหรือส้อมพรวนดินขุดห่างจากโคนต้นพอสมควร
- ค่อย ๆ ยกดินขึ้นเพื่อไม่ให้หัวถูกตัด
- ค้นหาหัวที่กระจายอยู่รอบต้น
- แยกหัวออกจากดิน
- เก็บหัวสมบูรณ์ไว้รับประทาน
- สามารถเก็บหัวบางส่วนที่แข็งแรงไว้เป็นพันธุ์สำหรับปลูกครั้งต่อไป
ระวังแก่นตะวันงอกกลับมาใหม่
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือแก่นตะวันสามารถงอกใหม่จากหัวหรือเศษหัวที่เหลืออยู่ในดินได้ง่ายมาก
หากปลูกลงแปลงและขุดหัวออกไม่หมด ฤดูถัดไปอาจมีต้นใหม่งอกขึ้นมาอีก ดังนั้นหากมีพื้นที่จำกัด การปลูกในแปลงเฉพาะหรือกระถางขนาดใหญ่อาจช่วยควบคุมได้ง่ายกว่า
ปลูกแก่นตะวันในกระถางได้ไหม
สามารถปลูกได้ แต่ควรใช้ภาชนะที่มีขนาดใหญ่และลึกพอสมควร เพราะต้นมีความสูงมากและต้องการพื้นที่ใต้ดินสำหรับสร้างหัว
สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่
- กระถางต้องมีรูระบายน้ำดี
- เลือกกระถางขนาดใหญ่
- ใส่ดินให้ลึกพอสำหรับการสร้างหัว
- ตั้งในตำแหน่งที่ได้รับแดด
- อาจต้องมีหลักช่วยพยุงต้นเมื่อสูงมาก
วิธีเก็บหัวแก่นตะวันหลังขุด
หัวแก่นตะวันมีผิวค่อนข้างบาง จึงสูญเสียความชื้นได้ง่ายกว่าหัวมันฝรั่ง หลังเก็บเกี่ยวควรคัดหัวที่มีบาดแผลหรือรอยเสียออก
สำหรับเก็บรับประทานในบ้าน สามารถใส่ถุงหรือภาชนะที่ช่วยรักษาความชื้น แล้วเก็บในช่องผักของตู้เย็น โดยควรตรวจเป็นระยะว่ามีหัวใดเริ่มเน่าหรือไม่
ไม่ควรรับรองว่าจะเก็บได้นาน “หลายเดือน” ในทุกกรณี เพราะอายุการเก็บขึ้นอยู่กับความสด อุณหภูมิ ความชื้น และสภาพของหัว
ควรปอกเปลือกแก่นตะวันหรือไม่
เปลือกค่อนข้างบาง หากล้างและขัดให้สะอาดสามารถรับประทานได้โดยไม่จำเป็นต้องปอกทั้งหมด
แต่เนื่องจากหัวมีปุ่มและซอกจำนวนมาก จึงควรล้างอย่างละเอียด โดยเฉพาะหากจะรับประทานสด
ข้อดีของการปลูกแก่นตะวันในบ้าน
- ขยายพันธุ์จากหัวได้ง่าย
- ต้นโตเร็วเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม
- ดอกสีเหลืองใช้เพิ่มความสวยงามในสวน
- เก็บหัวมารับประทานได้
- หัวมีอินนูลินซึ่งเป็นใยอาหารพรีไบโอติก
- เก็บหัวบางส่วนไว้ทำพันธุ์ต่อได้
สรุปวิธีดูแลแก่นตะวัน
- แสง: ชอบแดดเต็มที่
- ดิน: ดินร่วนซุย ระบายน้ำดี
- น้ำ: รักษาความชื้นในช่วงต้น แต่ไม่ให้น้ำขัง
- ปุ๋ย: ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า และให้ปุ๋ยอย่างพอเหมาะ
- ขยายพันธุ์: ใช้หัวหรือชิ้นหัวที่มีตา
- ระยะเก็บเกี่ยว: โดยทั่วไปประมาณ 4 เดือน ขึ้นอยู่กับพันธุ์และสภาพแวดล้อม
- ส่วนที่รับประทาน: หัวใต้ดิน ไม่ใช่ราก
- ข้อควรจำ: มีอินนูลินสูง การรับประทานมากอาจทำให้ท้องอืดหรือมีแก๊สได้
จากที่เคยทดลองปลูก ผมมองว่าแก่นตะวันเป็นต้นไม้ที่น่าสนใจตรงที่ได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งช่วงที่ต้นกำลังเติบโตก็ได้ชมดอกสีเหลืองสวย ๆ คล้ายทานตะวัน และเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็ยังสามารถขุดหัวขึ้นมารับประทานได้อีก
สำหรับใครที่มีพื้นที่และอยากทดลองปลูกพืชที่ไม่เหมือนผักสวนครัวทั่วไป ลองเริ่มจาก 3–5 ต้นก่อนก็ได้ เมื่อเข้าใจวงจรการเติบโตแล้ว การเก็บหัวบางส่วนไว้ปลูกต่อก็ทำได้ไม่ยากเลย
- หัวเพียงหัวเดียวสามารถนำไปขยายพันธุ์ต่อได้
- ต้นสูงและให้ดอกสีเหลืองสวยคล้ายทานตะวัน
- ส่วนเหนือดินสวยเป็นไม้ประดับ ส่วนใต้ดินเก็บมารับประทานได้
- หัวมีอินนูลิน ซึ่งเป็นใยอาหารพรีไบโอติก
- รับประทานได้ทั้งสด ผัด ต้ม อบ และทำสลัด
- หัวที่หลงเหลืออยู่ในดินสามารถแตกต้นใหม่ขึ้นมาได้อีก
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแก่นตะวัน
1. แก่นตะวันใช้เวลาปลูกกี่เดือนจึงเก็บหัวได้?
ในประเทศไทยโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 4 เดือน หรือราว 16–20 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ ฤดูปลูก ดิน น้ำ และสภาพอากาศ ควรรอจนดอกโรย ใบและลำต้นเริ่มเหลืองหรือแห้งก่อนทดลองขุดหัวขึ้นมาตรวจ
2. แก่นตะวันช่วยลดน้ำหนักและน้ำตาลในเลือดได้จริงหรือไม่?
หัวแก่นตะวันมีอินนูลิน ซึ่งเป็นใยอาหารพรีไบโอติกและอาจช่วยเพิ่มความอิ่ม รวมถึงมีงานวิจัยศึกษาผลต่อระบบเมตาบอลิซึม แต่ไม่ควรถือว่าแก่นตะวันเป็นอาหารลดน้ำหนักหรือยารักษาเบาหวาน การควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลยังต้องพิจารณาอาหารโดยรวม การออกกำลังกาย และการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์
3. แก่นตะวันกินสดได้หรือไม่ และทำไมกินแล้วท้องอืด?
สามารถรับประทานสดได้หลังล้างให้สะอาด เนื้อมีลักษณะกรอบและรสหวานอ่อน ๆ แต่เนื่องจากมีอินนูลินและฟรุกแตนสูง จุลินทรีย์ในลำไส้จะนำไปหมักและสร้างแก๊ส บางคนจึงมีอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือผายลมมากขึ้น ควรเริ่มรับประทานในปริมาณเล็กน้อยก่อน



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ใส่คำแนะนำในส่วนนี้ได้เลยค่ะ