ต้นวิคส์ พืชสู้หวัดได้จริงหรือ?
ต้นวิคส์ หรือ Vicks Plant เป็นไม้ประดับกึ่งอวบน้ำที่มีจุดเด่นอยู่ที่ใบหนา นุ่ม และมีขนอ่อนปกคลุม เมื่อสัมผัสหรือขยี้ใบเบา ๆ จะได้กลิ่นหอมเย็นคล้ายเมนทอลหรือผลิตภัณฑ์ทาภายนอกที่หลายคนคุ้นเคย จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก “ต้นวิคส์”
ต้นวิคส์เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้กระถาง วางประดับบริเวณระเบียง หน้าต่าง หรือพื้นที่ซึ่งมีแสงสว่างเพียงพอ สามารถแตกกิ่งและสร้างทรงพุ่มได้ดี อีกทั้งยังขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่งได้ง่าย จึงเป็นต้นไม้ที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นปลูกไม้ประดับ
อย่างไรก็ตาม แม้กลิ่นของใบจะให้ความรู้สึกหอมเย็นและสดชื่น แต่ต้นวิคส์ไม่ใช่ส่วนประกอบเดียวกับยาทาภายนอก และไม่ควรนำใบไปใช้แทนยาแก้หวัด ยาแก้คัดจมูก หรือการรักษาจากแพทย์
- ชื่อสามัญ: Vicks Plant, Succulent Coleus
- ชื่อที่ใช้ในวงการไม้ประดับ: Plectranthus hadiensis var. tomentosus
- ชื่อที่พบในข้อมูลเก่า: Plectranthus tomentosus หรือ Plectranthus tomentosa
- ชื่อที่ยอมรับในฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์บางแห่ง: Coleus hadiensis
- วงศ์: Lamiaceae หรือวงศ์กะเพรา
- ประเภท: ไม้ล้มลุกอายุหลายปีหรือไม้พุ่มกึ่งอวบน้ำ
- แสงแดด: แดดเช้าหรือแสงสว่างรำไร
- น้ำ: ปานกลาง ปล่อยหน้าดินให้เริ่มแห้งก่อนรดครั้งต่อไป
- การขยายพันธุ์: ปักชำกิ่ง
ทำความรู้จักต้นวิคส์
ต้นวิคส์เป็นสมาชิกในวงศ์เดียวกับกะเพรา โหระพา สะระแหน่ และโคลีอัส พืชในกลุ่มนี้มักมีลำต้นเป็นเหลี่ยม ใบออกตรงข้ามกัน และมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของต้น
ชื่อวิทยาศาสตร์ของต้นวิคส์มีการเปลี่ยนแปลงและพบการใช้หลายชื่อในตลาดไม้ประดับ ชื่อที่ผู้ขายนิยมใช้คือ Plectranthus hadiensis var. tomentosus ขณะที่เอกสารเก่าบางแห่งใช้ชื่อ Plectranthus tomentosus หรือเขียนเป็น Plectranthus tomentosa
ในฐานข้อมูลอนุกรมวิธานสมัยใหม่ พืชหลายชนิดในสกุล Plectranthus ถูกจัดกลับเข้าไปอยู่ในสกุล Coleus ดังนั้นจึงอาจพบต้นวิคส์ระบุด้วยชื่อ Coleus hadiensis ด้วย ความแตกต่างของชื่อไม่ได้หมายความว่าเป็นต้นไม้คนละชนิดเสมอไป แต่เกิดจากการปรับปรุงการจำแนกทางพฤกษศาสตร์
ลักษณะของต้นวิคส์
ลำต้นและทรงพุ่ม
ต้นวิคส์เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นค่อนข้างอวบน้ำและเปราะ แตกกิ่งด้านข้างได้ง่าย เมื่อได้รับแสงเพียงพอและมีการตัดยอดอย่างสม่ำเสมอ ต้นจะสร้างพุ่มแน่นและมีรูปทรงสวยงาม
โดยทั่วไปต้นที่ปลูกในกระถางอาจสูงประมาณ 20–50 เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ สายพันธุ์ ขนาดกระถาง ปริมาณแสง และการตัดแต่ง หากได้รับแสงน้อย ลำต้นอาจยืดยาวและเอนตัว
ใบ
ใบมีรูปทรงกลมรีถึงรูปไข่ เนื้อใบหนาและอุ้มน้ำ ขอบใบหยักมน ผิวใบมีขนอ่อนละเอียดจึงให้สัมผัสคล้ายกำมะหยี่ ใบออกตรงข้ามกันตามข้อของลำต้น
เมื่อใช้นิ้วสัมผัสหรือขยี้ใบเบา ๆ จะมีกลิ่นหอมเย็นชัดขึ้น กลิ่นของแต่ละต้นอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามสายพันธุ์ อายุใบ และสภาพแวดล้อมในการปลูก
ดอก
เมื่อต้นมีความสมบูรณ์อาจสร้างช่อดอกบริเวณปลายยอด ดอกมีขนาดเล็ก รูปทรงเป็นหลอดหรือปากเปิดตามลักษณะของพืชวงศ์กะเพรา สีอาจเป็นม่วงอ่อน ม่วงอมฟ้า หรือเกือบขาวตามพันธุ์และสภาพแวดล้อม
กลิ่นของต้นวิคส์ช่วยแก้หวัดได้หรือไม่
การขยี้ใบต้นวิคส์อาจทำให้ได้กลิ่นหอมเย็นและรู้สึกสดชื่น แต่ยังไม่ควรกล่าวว่าการสูดดมใบสามารถรักษาหวัด ลดการติดเชื้อ หรือแก้อาการคัดจมูกได้อย่างแน่นอน ต้นวิคส์เป็นไม้ประดับ ไม่ใช่ยา และไม่ได้มีส่วนประกอบหรือความเข้มข้นเหมือนผลิตภัณฑ์ยาทาภายนอก
ไม่ควรบดใบแล้วทาโดยตรงบริเวณจมูก ใบหน้า บาดแผล หรือผิวหนังของเด็ก เนื่องจากสารหอมระเหยและขนอ่อนบนใบอาจทำให้บางคนเกิดการระคายเคือง คัน หรือแพ้สัมผัสได้
ต้นวิคส์ช่วยไล่ยุงได้หรือไม่
กลิ่นของใบอาจรบกวนแมลงบางชนิดในระยะใกล้ แต่ยังไม่ควรพึ่งพาการปลูกต้นวิคส์เพียงอย่างเดียวเพื่อป้องกันยุง การวางต้นไม้ไว้ในบริเวณบ้านไม่ได้ทำให้สารหอมระเหยกระจายออกมาในระดับที่สามารถป้องกันยุงได้อย่างสม่ำเสมอ
หากต้องการลดปัญหายุง ควรกำจัดแหล่งน้ำขัง ปิดภาชนะเก็บน้ำ ใช้มุ้งหรือตาข่าย และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงที่ได้รับการรับรองตามคำแนะนำบนฉลาก
วิธีปลูกต้นวิคส์
1. แสงแดด
ต้นวิคส์ชอบบริเวณที่มีแสงสว่างมาก โดยเหมาะกับแดดเช้าประมาณ 3–5 ชั่วโมง หรือแสงรำไรที่สว่างตลอดวัน แสงที่เพียงพอช่วยให้ลำต้นแข็งแรง ใบเรียงตัวแน่น และทรงพุ่มไม่ยืดยาว
ในประเทศไทยควรหลีกเลี่ยงแดดบ่ายที่ร้อนจัด โดยเฉพาะต้นที่เพิ่งซื้อมาใหม่ เพราะใบอาจซีด เหี่ยว หรือเกิดรอยไหม้ได้ หากต้องการเพิ่มปริมาณแสง ควรค่อย ๆ ย้ายต้นออกแดดทีละน้อยเพื่อให้ต้นปรับตัว
สามารถปลูกภายในอาคารได้ในจุดที่อยู่ใกล้หน้าต่างและได้รับแสงธรรมชาติเพียงพอ แต่ไม่ควรวางในห้องมืดหรือห่างจากหน้าต่างมากเกินไป เพราะต้นจะยืด กิ่งเปราะ และใบร่วงง่าย
2. ดินและวัสดุปลูก
เนื่องจากต้นวิคส์มีลำต้นและใบค่อนข้างอวบน้ำ จึงควรใช้วัสดุปลูกที่โปร่งและระบายน้ำเร็ว ไม่ควรใช้กากมะพร้าวสับผสมดินร่วนในสัดส่วนที่อุ้มน้ำมากเกินไป โดยเฉพาะในฤดูฝน
ตัวอย่างส่วนผสมสำหรับปลูกในกระถาง ได้แก่ ดินปลูก 2 ส่วน กาบมะพร้าวสับหรือเปลือกไม้ชิ้นเล็ก 1 ส่วน และวัสดุเพิ่มการระบายน้ำ เช่น เพอร์ไลต์ พัมมิซ แกลบดำ หรือทรายหยาบ 1 ส่วน
กระถางต้องมีรูระบายน้ำหลายรู ไม่ควรปล่อยให้มีน้ำขังอยู่ในจานรองใต้กระถาง เพราะอาจทำให้รากขาดอากาศและเกิดโรครากเน่า
3. การรดน้ำ
ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวันเสมอไป ควรใช้นิ้วตรวจความชื้นของดินก่อนรด โดยรอให้หน้าดินแห้งลงประมาณ 2–3 เซนติเมตร แล้วจึงรดน้ำให้ทั่วจนมีน้ำไหลออกจากก้นกระถาง
ในช่วงอากาศร้อน ดินอาจแห้งเร็วและต้องรดน้ำถี่ขึ้น ส่วนช่วงฝนตก อากาศชื้น หรือปลูกในร่ม ควรลดความถี่ลง การกำหนดตารางรดน้ำตายตัวอาจทำให้ต้นได้รับน้ำมากเกินไป
อาการดินแฉะ ใบเหลืองหลายใบพร้อมกัน ลำต้นนิ่ม มีกลิ่นผิดปกติ หรือโคนต้นดำ อาจเป็นสัญญาณของการให้น้ำมากเกินไปและรากเริ่มเน่า
4. การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยละลายช้าสูตรเสมอในอัตราอ่อนตามฉลากทุก 2–3 เดือน หรือใช้ปุ๋ยน้ำเจือจางประมาณเดือนละครั้งในช่วงที่ต้นกำลังเจริญเติบโต ไม่ควรใส่ปุ๋ยเข้มข้นหรือใส่ชิดโคนต้นมากเกินไป เพราะอาจทำให้รากเสียหายได้
หากใช้ปุ๋ยคอก ควรเลือกชนิดที่หมักจนสลายตัวสมบูรณ์แล้วและใช้ในปริมาณเล็กน้อย ไม่ควรใช้ปุ๋ยคอกสด เนื่องจากอาจเกิดความร้อน เชื้อรา และความชื้นสะสมในวัสดุปลูก
5. การตัดแต่งทรงพุ่ม
เมื่อต้นเริ่มสูงหรือมีกิ่งยืดยาว สามารถตัดยอดเหนือข้อใบเพื่อกระตุ้นให้แตกกิ่งด้านข้าง การตัดแต่งอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ต้นมีทรงพุ่มแน่นและลดปัญหากิ่งหัก
ควรใช้กรรไกรที่สะอาดและคม ตัดกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค และใบที่เสียหายออก หากพบกิ่งเน่าควรตัดย้อนเข้าไปจนถึงส่วนที่เนื้อกิ่งยังแข็งแรง แล้วลดการรดน้ำทันที
วิธีขยายพันธุ์ต้นวิคส์ด้วยการปักชำ
การปักชำกิ่งเป็นวิธีขยายพันธุ์ที่สะดวกและช่วยให้ต้นใหม่มีลักษณะเหมือนต้นแม่ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เลือกกิ่งที่แข็งแรง ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป และไม่มีโรคหรือแมลง
- ตัดกิ่งให้มีความยาวประมาณ 7–12 เซนติเมตร โดยตัดใต้ข้อใบ
- เด็ดใบด้านล่างออก เหลือใบด้านบนประมาณ 2–3 คู่
- พักแผลตัดไว้ในที่ร่มและอากาศถ่ายเทประมาณ 2–6 ชั่วโมง เพื่อให้แผลเริ่มแห้ง
- ปักกิ่งลงในวัสดุปลูกที่โปร่งและสะอาด เช่น กาบมะพร้าวสับผสมเพอร์ไลต์หรือพัมมิซ
- รดน้ำพอให้วัสดุชื้น แต่ไม่ควรรดจนแฉะ
- วางกระถางในบริเวณแสงรำไรและอากาศถ่ายเท
กิ่งอาจเริ่มสร้างรากภายในประมาณ 1–3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพของกิ่ง การแตกยอดใหม่เป็นสัญญาณหนึ่งว่ากิ่งเริ่มตั้งตัว แต่ควรรอให้ระบบรากแข็งแรงก่อนย้ายไปยังบริเวณที่ได้รับแสงมากขึ้น
ไม่ควรดึงกิ่งขึ้นมาตรวจรากบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้รากอ่อนเสียหาย สามารถตรวจได้ด้วยการจับกิ่งเบา ๆ หากรู้สึกว่ากิ่งยึดติดกับวัสดุปลูกมากขึ้น แสดงว่ารากน่าจะเริ่มเจริญแล้ว
สาเหตุที่ใบต้นวิคส์เปลี่ยนเป็นสีเหลือง
ใบเหลืองไม่ได้เกิดจากใบแก่หรือขาดน้ำเพียงสองสาเหตุเท่านั้น แต่สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
- รดน้ำมากเกินไป: เป็นสาเหตุที่พบบ่อย ดินจะชื้นตลอดเวลาและใบล่างเริ่มเหลืองหรือนิ่ม
- ดินระบายน้ำไม่ดี: วัสดุปลูกแน่นหรือรูระบายน้ำอุดตัน ทำให้รากขาดอากาศ
- ขาดน้ำ: ใบอาจเหี่ยว บางลง และขอบใบแห้งร่วมกับการเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
- แสงไม่เพียงพอ: ต้นยืด กิ่งห่าง ใบซีดและหลุดร่วงง่าย
- แดดร้อนเกินไป: ใบอาจเกิดรอยซีด เหลือง หรือน้ำตาลไหม้เฉพาะด้านที่รับแดด
- รากแน่นกระถาง: รากไม่มีพื้นที่เจริญและดูดน้ำหรือธาตุอาหารได้ไม่สม่ำเสมอ
- ใบแก่ตามธรรมชาติ: ใบล่างบางใบอาจเหลืองและร่วงเมื่อมีอายุมากขึ้น
หากใบเหลืองเพียงหนึ่งหรือสองใบที่อยู่ด้านล่าง ขณะที่ยอดใหม่ยังแข็งแรง อาจเป็นการผลัดใบตามธรรมชาติ แต่หากใบเหลืองพร้อมกันหลายใบ ควรตรวจความชื้นของดิน โคนต้น และระบบระบายน้ำก่อนเพิ่มการรดน้ำ
โรคและแมลงที่อาจพบ
- เพลี้ยแป้ง: พบเป็นปุยสีขาวตามข้อใบ ซอกใบ และโคนกิ่ง
- ไรแดง: ทำให้ใบมีจุดซีด ใบแห้ง และอาจพบใยบาง ๆ ใต้ใบ
- เพลี้ยอ่อน: มักเกาะตามยอดอ่อนและทำให้ใบหงิก
- โรคใบจุด: เกิดได้เมื่อใบเปียกเป็นเวลานานและอากาศถ่ายเทไม่ดี
- รากหรือโคนเน่า: มักสัมพันธ์กับการรดน้ำถี่ ดินแน่น และน้ำขัง
ควรแยกต้นที่มีปัญหาออกจากต้นอื่น ตัดส่วนที่เสียหาย และปรับการระบายอากาศ หากพบแมลงจำนวนน้อยสามารถใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำเช็ดออกก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงตามความจำเป็น
สรุป
ต้นวิคส์เป็นไม้พุ่มกึ่งอวบน้ำที่มีใบหนานุ่มและมีกลิ่นหอมเย็น เหมาะสำหรับปลูกในกระถางและขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ การดูแลควรเน้นแสงแดดช่วงเช้าหรือแสงรำไรที่สว่าง ใช้ดินโปร่ง และรดน้ำเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง ไม่ควรรดน้ำทุกวันโดยไม่ตรวจความชื้น เพราะอาจทำให้รากเน่าและใบเหลือง
แม้กลิ่นใบจะทำให้รู้สึกสดชื่น แต่ไม่ควรกล่าวอ้างว่าต้นวิคส์สามารถรักษาหวัดหรือใช้แทนยาได้ รวมถึงไม่ควรพึ่งพาต้นไม้เพียงอย่างเดียวในการไล่ยุง การปลูกต้นวิคส์จึงควรเน้นคุณค่าด้านไม้ประดับ กลิ่นหอม และความเพลิดเพลินในการดูแลเป็นหลัก




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ใส่คำแนะนำในส่วนนี้ได้เลยค่ะ