พริกเชอรี่ วิธีปลูกและดูแลให้ผลดก ไม้ประดับสวยที่ปลูกกินได้
พริกเชอรี่ เป็นพริกผลกลมขนาดเล็กที่มีเสน่ห์ทั้งในฐานะ ผักสวนครัวและไม้ประดับ เพราะเมื่อต้นเริ่มติดผล จะมีผลกลมๆ กระจายอยู่ตามกิ่ง และค่อยๆ เปลี่ยนสีเมื่อแก่
ทำให้สีของผลตัดกับใบเขียวอย่างสวยงาม เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง ระเบียง หน้าบ้าน หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของสวนกินได้ชื่อ "พริกเชอรี่" มาจากลักษณะผลที่กลมหรือเกือบกลมคล้ายผลเชอรี่ พริกกลุ่มนี้มีหลายสายพันธุ์ จึงมีความแตกต่างกันทั้ง ขนาดผล สีผล ความสูงของต้น และระดับความเผ็ด บางพันธุ์มีรสค่อนข้างอ่อน ขณะที่บางพันธุ์มีรสเผ็ดมาก จึงควรตรวจสอบสายพันธุ์ก่อนนำไปใช้ประกอบอาหาร
อีกจุดเด่นคือพริกเชอรี่สามารถปลูกในกระถางได้ดี ใช้พื้นที่ไม่มาก และเมื่อดูแลอย่างเหมาะสมสามารถทยอยออกดอก และติดผลได้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่ แต่มีทั้งความสวยงามและประโยชน์ในครัว
พริกเชอรี่ คืออะไร
พริกเชอรี่เป็นพริกในกลุ่ม Capsicum annuum ซึ่งเป็นพริกชนิดเดียวกับพริกหลายรูปแบบที่ปลูกกันทั่วโลก แต่ได้รับการคัดเลือกให้มีผลทรงกลมหรือเกือบกลม จึงเรียกว่า Cherry Pepper
- ชื่อไทย: พริกเชอรี่
- ชื่อภาษาอังกฤษ: Cherry Pepper, Cherry Chili
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Capsicum annuum L.
- กลุ่มพืชสวน: Cerasiforme Group
- วงศ์: Solanaceae
- ประเภท: ไม้พุ่มอายุสั้นถึงหลายปีในสภาพอากาศเหมาะสม
- ส่วนที่รับประทาน: ผล
- การขยายพันธุ์: เมล็ด
ลักษณะของต้นพริกเชอรี่
พริกเชอรี่เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงปานกลาง ความสูงขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพการปลูก หลายพันธุ์สูงประมาณ 30–60 เซนติเมตร แต่บางพันธุ์สามารถเติบโตได้สูงกว่านี้
ลำต้นแตกกิ่งเป็นพุ่ม ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียว รูปไข่ถึงรูปรี ปลายใบค่อนข้างแหลม โดยลักษณะใบอาจดูคล้ายพืชสวนครัวบางชนิด แต่พริกอยู่ในวงศ์ Solanaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะเขือและมะเขือเทศ ไม่ใช่วงศ์เดียวกับกะเพรา
ดอกพริกเชอรี่
ดอกพริกเชอรี่โดยทั่วไปมีสีขาวหรือขาวอมเขียว มีขนาดเล็ก และเกิดตามซอกใบหรือปลายกิ่ง
พริกเป็นพืชที่สามารถผสมเกสรในดอกเดียวกันได้ เมื่อการผสมเกสรสำเร็จ รังไข่บริเวณฐานดอกจะเริ่มขยายตัวและพัฒนาเป็นผล
ลักษณะของผลพริกเชอรี่
จุดเด่นของพริกชนิดนี้คือผลมีลักษณะ กลมหรือเกือบกลมคล้ายผลเชอรี่ โดยทั่วไปมีขนาดประมาณ 2–5 เซนติเมตร แต่แตกต่างกันตามสายพันธุ์
ผลอ่อนของบางพันธุ์มีสีเขียว บางพันธุ์อาจมีสีเขียวอ่อน ครีม เหลือง หรือสีอื่น จากนั้นเมื่อสุกจึงเปลี่ยนเป็น
- แดง
- ส้ม
- เหลือง
- หรือสีอื่นตามลักษณะพันธุ์
เมื่อมีทั้งผลอ่อนและผลสุกอยู่บนต้นเดียวกัน ต้นจะดูมีสีสันสวยงาม จึงถูกนำมาใช้เป็นไม้ประดับด้วย
พริกเชอรี่เผ็ดไหม
ตอบแบบตายตัวไม่ได้ เพราะ Cherry Pepper เป็นชื่อเรียกพริกกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่สายพันธุ์เดียว
พริกเชอรี่บางพันธุ์มีรสอ่อนหรือหวาน ขณะที่บางพันธุ์มีรสเผ็ดค่อนข้างมาก เนื่องจากปริมาณสารแคปไซซินแตกต่างกัน
หากซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกเพื่อรับประทาน ควรดูข้อมูลบนซองเมล็ดว่าเป็น Sweet Cherry Pepper หรือ Hot Cherry Pepper และมีการระบุระดับความเผ็ดหรือไม่
พริกเชอรี่กินได้ไหม
พริกเชอรี่ในกลุ่ม Capsicum annuum ที่ผลิตเป็นพืชอาหารสามารถนำผลมารับประทานได้ ทั้งในระยะผลอ่อนและผลสุก ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และเมนูอาหาร
สามารถนำไปใช้ เช่น
- ใส่แกงเผ็ด
- แกงป่า
- แกงเขียวหวาน
- ผัด
- ดอง
- ทำซอส
- ใช้เป็นเครื่องเคียง
- เพิ่มสีสันในอาหาร
พริกประดับกินได้หรือไม่
เรื่องนี้ต้องระวังเล็กน้อย เพราะพริกเชอรี่บางพันธุ์ถูกผลิตและจำหน่ายในฐานะ ไม้ประดับ
แม้ว่าผลของพริกในสกุล Capsicum หลายพันธุ์จะเป็นผลที่รับประทานได้ตามธรรมชาติ แต่ต้นที่ผลิตเพื่อประดับอาจได้รับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้กำหนดสำหรับพืชอาหาร
ดังนั้นหากต้องการนำผลมารับประทาน ควรปลูกเองจากเมล็ดพันธุ์สำหรับบริโภค หรือซื้อจากแหล่งที่ยืนยันว่าเป็นพริกสำหรับรับประทาน
วิธีปลูกพริกเชอรี่จากเมล็ด
การเพาะเมล็ดเป็นวิธีขยายพันธุ์ที่ง่าย และนิยมมากที่สุดสำหรับพริกเชอรี่
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- เมล็ดพันธุ์พริกเชอรี่
- ถาดเพาะหรือกระถางเล็ก
- ดินเพาะเมล็ด
- กระถางสำหรับย้ายปลูก
- ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า
- บัวรดน้ำหรือขวดสเปรย์
ขั้นตอนการเพาะเมล็ดพริกเชอรี่
- เตรียมดินเพาะที่ร่วนและระบายน้ำดี
- ใส่ดินลงในถาดเพาะหรือกระถาง
- หยอดเมล็ดลงในหลุมลึกประมาณ 0.5 เซนติเมตร
- กลบดินบางๆ
- รดน้ำด้วยสเปรย์หรือบัวฝอยให้ดินชื้น
- วางในบริเวณสว่างและอบอุ่น
- รักษาความชื้น แต่อย่าปล่อยให้ดินแฉะ
เมื่อเมล็ดงอกและต้นกล้ามีใบจริงหลายใบ จึงค่อยย้ายลงกระถางขนาดใหญ่
ควรย้ายต้นกล้าพริกเมื่อไหร่
เมื่อต้นกล้าแข็งแรง มีใบจริงประมาณ 4–6 ใบ และระบบรากสามารถยึดดินได้ดี สามารถย้ายลงกระถางหรือแปลงปลูกได้
ควรย้ายช่วงเย็นหรือช่วงที่แดดไม่แรง และรดน้ำหลังย้ายทันที เพื่อลดการสูญเสียน้ำของต้น
ดินปลูกพริกเชอรี่ควรเป็นแบบไหน
พริกชอบดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย มีอินทรียวัตถุและระบายน้ำได้ดี ไม่ควรใช้ดินเหนียวแน่นหรือดินที่มีน้ำขังง่าย
ตัวอย่างสูตรดินสำหรับปลูกในกระถาง
- ดินปลูก 2 ส่วน
- ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน
- กาบมะพร้าวสับหรือแกลบดำ 1 ส่วน
สูตรนี้สามารถปรับตามวัสดุที่มี หลักสำคัญคือเมื่อรดน้ำแล้ว น้ำส่วนเกินต้องสามารถไหลออกจากกระถางได้
ปลูกพริกเชอรี่ในกระถางขนาดไหนดี
แม้พริกเชอรี่จะมีต้นไม่ใหญ่มาก แต่การใช้กระถางที่ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไป อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต
สำหรับต้นโตเต็มที่ แนะนำกระถางเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25–35 เซนติเมตรขึ้นไป หรือประมาณ 10–14 นิ้ว ขึ้นอยู่กับขนาดของพันธุ์
ควรปลูกประมาณ 1 ต้นต่อกระถาง เพื่อให้รากมีพื้นที่และลดการแข่งขันของธาตุอาหาร
พริกเชอรี่ต้องการแดดกี่ชั่วโมง
พริกเป็นพืชที่ชอบแสง ควรได้รับแดดโดยตรงประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวันหรือมากกว่า เพื่อช่วยให้ต้นแข็งแรง ออกดอกและติดผลได้ดี
ตำแหน่งที่เหมาะ เช่น
- หน้าบ้าน
- ระเบียงที่มีแดด
- สวนกลางแจ้ง
- ดาดฟ้าที่มีการป้องกันลมแรง
หากได้รับแสงน้อยเกินไป ต้นอาจยืดยาว แตกกิ่งน้อย และมีดอกกับผลลดลง
พริกเชอรี่ต้องรดน้ำทุกวันไหม
ไม่ควรกำหนดตายตัวว่าต้องรดน้ำวันละครั้ง เพราะความต้องการน้ำขึ้นอยู่กับอากาศ ขนาดกระถาง และวัสดุปลูก
วิธีที่เหมาะคือ ตรวจความชื้นของหน้าดินก่อน เมื่อดินชั้นบนเริ่มแห้งจึงรดน้ำให้ทั่ว จนมีน้ำไหลออกจากรูระบายน้ำ
ในฤดูร้อน กระถางอาจแห้งเร็ว จึงอาจต้องตรวจน้ำทุกวัน ส่วนฤดูฝน หากดินยังชื้น ไม่ควรรดเพิ่มโดยไม่จำเป็น
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ปล่อยดินแห้งจัดเป็นเวลานาน
- รดน้ำจนดินแฉะตลอดเวลา
- ปล่อยน้ำขังในจานรองกระถาง
- ใช้กระถางที่ไม่มีรูระบายน้ำ
พริกเชอรี่ควรใส่ปุ๋ยอะไร
ในช่วงแรกต้นพริกต้องสร้างราก ใบ และกิ่ง หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงออกดอกและสร้างผล
สามารถใช้ปุ๋ย เช่น
- ปุ๋ยหมัก
- ปุ๋ยคอกเก่าที่สลายตัวดีแล้ว
- ปุ๋ยสูตรเสมอตามอัตราบนฉลาก
- ปุ๋ยสำหรับพืชออกดอกและติดผลตามคำแนะนำของผู้ผลิต
การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป อาจทำให้ต้นเน้นสร้างใบและกิ่ง แต่ไม่ได้ช่วยให้ติดผลดีขึ้นเสมอไป
จึงควรใช้ปุ๋ยอย่างสมดุล และไม่เพิ่มปริมาณเพียงเพราะต้องการให้ต้นโตเร็ว
ควรเด็ดยอดพริกเชอรี่หรือไม่
เมื่อต้นกล้าแข็งแรงแล้ว ผู้ปลูกบางคนเลือก เด็ดยอด เพื่อกระตุ้นให้ต้นแตกกิ่งด้านข้างและสร้างทรงพุ่ม
วิธีนี้เหมาะกับต้นที่แข็งแรง แต่ไม่จำเป็นต้องทำกับพริกทุกพันธุ์ โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีทรงพุ่มเตี้ยและแตกกิ่งดีอยู่แล้ว
พริกเชอรี่ต้องช่วยผสมเกสรไหม
ดอกพริกมีทั้งอับเรณูและเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียว จึงสามารถผสมเกสรได้ค่อนข้างง่าย
ลม การสั่นของต้น และแมลงสามารถช่วยให้ละอองเกสรเคลื่อนที่
หากปลูกในพื้นที่ปิดและต้นออกดอกแต่ไม่ติดผล สามารถใช้นิ้วเขย่ากิ่งเบาๆ หรือใช้พู่กันแตะภายในดอก เพื่อช่วยกระจายละอองเกสรได้
ทำไมพริกออกดอกแล้วร่วง ไม่ติดผล
ดอกพริกร่วงสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
- อากาศร้อนจัด
- ขาดน้ำ
- น้ำมากเกินไป
- แสงไม่เพียงพอ
- ต้นได้รับปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป
- ต้นมีโรคหรือแมลง
- การผสมเกสรไม่สมบูรณ์
หากพบดอกร่วงจำนวนมาก ควรตรวจทั้งน้ำ แสง ปุ๋ย และแมลง แทนการเพิ่มปุ๋ยทันที
พริกเชอรี่ปลูกกี่เดือนเก็บได้
ระยะเวลาตั้งแต่เพาะเมล็ดจนเริ่มเก็บผล แตกต่างกันตามสายพันธุ์และสภาพการปลูก
โดยทั่วไปพริกหลายพันธุ์สามารถเริ่มเก็บผลได้ประมาณ 70–90 วันหลังย้ายปลูก หรือราว 3–4 เดือนนับจากเริ่มเพาะเมล็ด ในสภาพที่เหมาะสม
บางพันธุ์อาจเร็วหรือช้ากว่านี้ จึงควรใช้ข้อมูลบนซองเมล็ดเป็นหลัก
ควรเก็บพริกตอนสีเขียวหรือสีแดง
ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการนำไปใช้
เก็บตอนผลยังอ่อน
สามารถเก็บผลที่โตเต็มขนาดแล้ว แต่ยังไม่เปลี่ยนเป็นสีสุก รสชาติและความเผ็ดอาจแตกต่างจากผลสุก
เก็บตอนผลสุก
หากต้องการสีสวยหรือเมล็ดสำหรับเก็บพันธุ์ ควรปล่อยให้ผลเปลี่ยนเป็นสีสุกเต็มที่ เช่น แดงหรือส้มตามพันธุ์
วิธีเก็บพริกเชอรี่
ควรใช้กรรไกรสะอาดตัดบริเวณก้านผล แทนการดึงผลแรงๆ เพราะกิ่งพริกเปราะและสามารถหักได้ง่าย
การเก็บผลสม่ำเสมอยังช่วยลดภาระของต้น และช่วยให้ต้นสามารถทยอยสร้างดอกและผลชุดใหม่ได้
วิธีเก็บเมล็ดพริกเชอรี่ไว้ปลูกต่อ
- เลือกผลจากต้นที่แข็งแรงและไม่มีโรค
- ปล่อยผลให้สุกเต็มที่
- ผ่าผลและนำเมล็ดออก
- ล้างเศษเนื้อออกหากจำเป็น
- ผึ่งเมล็ดให้แห้งสนิทในที่ร่ม
- เก็บในซองหรือภาชนะปิด
- วางไว้ในที่แห้งและเย็น
อย่างไรก็ตาม หากเป็นพริกลูกผสม F1 ต้นที่เพาะจากเมล็ดที่เก็บเอง อาจมีลักษณะไม่เหมือนต้นแม่
พริกเชอรี่ใบเหลืองเกิดจากอะไร
ใบเหลืองไม่จำเป็นต้องหมายถึงขาดปุ๋ยเสมอไป สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- น้ำมากเกินไป
- ขาดน้ำเป็นเวลานาน
- ดินระบายน้ำไม่ดี
- รากแน่นกระถาง
- ขาดธาตุอาหาร
- โรคพืช
- แมลงดูดกินน้ำเลี้ยง
- ใบแก่ตามธรรมชาติ
พริกใบหงิกเกิดจากอะไร
อาการใบหงิกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะศัตรูพืชขนาดเล็ก เช่น
- เพลี้ยไฟ
- ไรขาว
- เพลี้ยอ่อน
- แมลงหวี่ขาว
นอกจากนี้โรคไวรัสบางชนิด สามารถทำให้ใบหงิก ต้นแคระ และติดผลลดลงได้
หากพบใบหงิก ควรใช้แว่นขยายตรวจใต้ใบและยอดอ่อน ก่อนตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
โรคแอนแทรคโนสหรือโรคกุ้งแห้งในพริก
แอนแทรคโนส เป็นโรคสำคัญของพริก และมักเห็นอาการเด่นชัดบนผล
ผลอาจเกิดจุดแผล จากนั้นแผลขยายตัวและยุบลง ทำให้ผลเสียหายและไม่เหมาะสำหรับรับประทาน
แนวทางลดความเสี่ยง
- ใช้เมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้
- ไม่เก็บเมล็ดจากต้นที่เป็นโรค
- เก็บผลที่เป็นโรคออกจากต้นและพื้นที่ปลูก
- ปลูกให้ต้นมีอากาศถ่ายเท
- หลีกเลี่ยงการทำให้ใบและผลเปียกเป็นเวลานาน
- หมุนเวียนพืชหากพื้นที่เคยมีปัญหารุนแรง
แมลงศัตรูของพริกเชอรี่
แมลงและไรที่พบในพริกได้ เช่น
- เพลี้ยไฟ
- เพลี้ยอ่อน
- ไรขาว
- แมลงหวี่ขาว
- หนอนกินใบ
- แมลงวันผลไม้บางชนิด
สำหรับสวนครัวขนาดเล็ก ควรตรวจยอด ใต้ใบ ดอก และผลเป็นประจำ การพบปัญหาตั้งแต่ระยะแรก มักควบคุมได้ง่ายกว่าปล่อยให้ระบาดมาก
หากจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืช ควรเลือกชนิดที่ขึ้นทะเบียนสำหรับพริกหรือพืชอาหาร ใช้ตามฉลาก และปฏิบัติตามระยะเว้นก่อนเก็บเกี่ยวอย่างเคร่งครัด
พริกเชอรี่ออกผลตลอดปีจริงไหม
ในประเทศไทยที่มีอากาศอบอุ่น ต้นพริกที่แข็งแรงสามารถให้ดอกและผลได้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน และบางต้นอาจอยู่ข้ามปีได้
แต่ไม่ควรสรุปว่า ทุกต้นจะออกผลตลอดทั้งปี เพราะการให้ผลขึ้นอยู่กับ
- พันธุ์
- อายุของต้น
- แสง
- อุณหภูมิ
- น้ำและธาตุอาหาร
- โรคและแมลง
เมื่อพริกมีอายุมาก ผลผลิตอาจลดลง จึงสามารถเพาะต้นใหม่มาทดแทนได้
8 เคล็ดลับปลูกพริกเชอรี่ให้พุ่มสวยและผลดก
- เลือกเมล็ดพันธุ์ให้ตรงกับความต้องการ ว่าต้องการพันธุ์หวานหรือเผ็ด
- ให้แดดอย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อช่วยเรื่องการออกดอกและติดผล
- ใช้ดินร่วนระบายน้ำดี เพราะพริกไม่ชอบรากแช่น้ำ
- อย่ารดน้ำตามเวลาอย่างเดียว ควรตรวจความชื้นของดินก่อน
- อย่าเร่งปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป เพราะอาจได้ใบมากกว่าผล
- ตรวจยอดและใต้ใบ เพื่อหาเพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน และไรขาว
- ตัดผลที่เป็นโรคออกทันที เพื่อลดแหล่งสะสมของโรค
- เก็บผลสม่ำเสมอ เมื่อได้ขนาดและสีตามที่ต้องการ
สรุป
พริกเชอรี่ เป็นพริกในกลุ่ม Capsicum annuum ที่มีผลกลมหรือเกือบกลมคล้ายเชอรี่ มีทั้งพันธุ์ที่รสค่อนข้างอ่อนและพันธุ์เผ็ด จึงควรเลือกสายพันธุ์ให้ตรงกับความต้องการ
จุดเด่นคือทรงต้นไม่ใหญ่มาก ปลูกในกระถางได้ และเมื่อมีผลหลายสีอยู่บนต้นจะดูสวยงาม จึงสามารถใช้เป็นทั้ง ไม้ประดับและพืชสวนครัว ได้ในต้นเดียวกัน
หัวใจของการปลูกให้สมบูรณ์คือ แสงแดดเพียงพอ ดินร่วนระบายน้ำดี ให้น้ำสม่ำเสมอแต่ไม่แฉะ และให้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม พร้อมหมั่นตรวจเพลี้ย ไร และโรคแอนแทรคโนส
หากปลูกจากเมล็ดพันธุ์สำหรับบริโภค และดูแลอย่างเหมาะสม ก็สามารถมีทั้งต้นพริกสวยๆ สำหรับประดับบ้าน และผลพริกสดสำหรับเก็บไปประกอบอาหารได้ในคราวเดียวกัน
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพริกเชอรี่
1. พริกเชอรี่กินได้ไหม และเผ็ดหรือไม่?
พริกเชอรี่ในกลุ่ม Capsicum annuum ที่ปลูกเป็นพืชอาหารสามารถรับประทานได้ แต่ระดับความเผ็ดแตกต่างกันตามพันธุ์ มีทั้ง Sweet Cherry Pepper ที่รสค่อนข้างอ่อน และ Hot Cherry Pepper ที่มีความเผ็ดมากกว่า จึงควรตรวจข้อมูลพันธุ์จากซองเมล็ดก่อนปลูก
2. พริกเชอรี่ปลูกในกระถางได้ไหม?
ได้ และเหมาะกับการปลูกในกระถางมาก ควรใช้กระถางประมาณ 10–14 นิ้วขึ้นไปสำหรับต้นโตเต็มที่ มีรูระบายน้ำ ใช้ดินร่วน และวางในบริเวณที่ได้รับแสงแดด อย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวัน
3. ทำไมพริกเชอรี่ออกดอกแต่ไม่ติดผล?
อาจเกิดจากอากาศร้อนจัด น้ำไม่สม่ำเสมอ แสงไม่พอ ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป หรือปัญหาโรคและแมลง ควรตรวจสภาพต้นและดินก่อนเพิ่มปุ๋ย หากปลูกในพื้นที่ปิดสามารถช่วยผสมเกสรด้วยการเขย่ากิ่งเบาๆ ในช่วงที่ดอกบานได้




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ใส่คำแนะนำในส่วนนี้ได้เลยค่ะ