วิธีปลูกต้นหอม แบบได้กินร้อยเปอร์เซ็นต์
ต้นหอมและหอมแดง เป็นพืชสวนครัวที่อยู่คู่กับอาหารไทยมาอย่างยาวนาน ใช้ได้ทั้งเป็นเครื่องปรุง เพิ่มกลิ่นหอม โรยหน้าอาหาร หรือรับประทานสดกับเมนูต่าง ๆ เช่น ข้าวผัด ข้าวหมูแดง ไข่เจียว ก๋วยเตี๋ยว และอาหารประเภทยำ
สำหรับผู้ที่อยากปลูกผักสวนครัวแบบง่าย ๆ การนำหัวหอมแดงหรือหัวหอมที่เริ่มแตกยอดมาปลูกถือเป็นวิธีที่เริ่มต้นได้สะดวก ใช้พื้นที่ไม่มาก และสามารถปลูกในกระถางเล็กบริเวณระเบียง หน้าต่าง หรือพื้นที่ข้างครัวได้
อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจก่อนว่า หากนำ หัวหอมแดง มาปลูก ใบที่ได้คือใบของหอมแดง แม้จะนำมาใช้ประกอบอาหารคล้ายต้นหอมได้ แต่ไม่ใช่ต้นหอมชนิดเดียวกับต้นหอมที่นิยมเพาะจากเมล็ดหรือแยกกอ
- เลือกหัวหอมที่แข็ง ไม่เน่า และไม่มีเชื้อรา
- หัวที่เริ่มมีรากหรือแตกยอดจะตั้งตัวได้เร็ว
- ไม่จำเป็นต้องนำหัวหอมเข้าตู้เย็นก่อนปลูก
- ใช้ดินร่วนโปร่งและกระถางที่มีรูระบายน้ำ
- ฝังหัวเพียงประมาณครึ่งหนึ่ง ไม่กลบดินมิดทั้งหัว
- วางในบริเวณที่ได้รับแดดประมาณ 4–6 ชั่วโมง
- รดน้ำเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง ไม่ปล่อยให้แฉะ
- ตัดใบโดยเหลือโคนไว้เพื่อให้แตกใบใหม่
ปลูกต้นหอมจากหัวหอมได้จริงหรือไม่
หัวหอมแดงและหัวหอมใหญ่เป็นอวัยวะสะสมอาหาร ภายในมีตายอดที่สามารถพัฒนาเป็นใบใหม่ได้ เมื่อได้รับความชื้น อุณหภูมิ และแสงที่เหมาะสม หัวหอมจะเริ่มสร้างรากจากบริเวณฐานและแทงยอดสีเขียวออกมาด้านบน
การปลูกด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับเก็บใบมาปรุงอาหารในครัวเรือน และเป็นวิธีใช้ประโยชน์จากหัวหอมที่เริ่มงอกในครัว แต่หากต้องการต้นหอมลำต้นขาวยาว ใบตรง และให้ผลผลิตสม่ำเสมอ ควรเลือกเมล็ดพันธุ์ต้นหอมหรือซื้อกอต้นหอมสำหรับปลูกโดยตรง
การวางหัวหอมไว้ในตู้เย็นไม่ใช่ขั้นตอนที่จำเป็นต่อการงอก และความชื้นในตู้เย็นอาจทำให้หัวเน่าได้ หากหัวหอมแข็งแรงและมีตาราก สามารถนำไปปลูกในดินได้ทันที
วิธีเลือกหัวหอมสำหรับนำมาปลูก
คุณภาพของหัวพันธุ์มีผลต่อการตั้งตัวและการแตกใบ ควรเลือกหัวที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
- หัวแน่นและแข็ง ไม่ยุบหรือเละเมื่อกดเบา ๆ
- เปลือกด้านนอกแห้ง ไม่มีคราบเชื้อราสีขาว ดำ หรือเขียว
- บริเวณฐานรากยังสมบูรณ์ ไม่ถูกตัดลึกจนหมด
- ไม่มีรอยแผลขนาดใหญ่หรือร่องรอยแมลงเจาะ
- หัวที่เริ่มมีตุ่มรากหรือยอดเขียวจะเจริญได้เร็วขึ้น
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
ใช้หัวหอมแดง หอมแบ่ง หรือหัวหอมที่เริ่มแตกยอดและยังไม่เน่า
เลือกกระถางลึกประมาณ 15–20 เซนติเมตร หรือใช้กระบะปลูกทรงยาว
ดินต้องระบายน้ำได้ดี แต่ยังรักษาความชื้นได้พอเหมาะ
ใช้เพิ่มอินทรียวัตถุในปริมาณพอเหมาะ ไม่ควรใช้ปุ๋ยคอกสด
สูตรดินสำหรับปลูกต้นหอมในกระถาง
ดินปลูกควรโปร่งและไม่จับตัวแน่น เพราะหัวหอมเน่าได้ง่ายเมื่อมีน้ำขัง สามารถใช้สูตรดินตัวอย่างดังนี้
- ดินร่วนหรือดินปลูกสำเร็จรูป 2 ส่วน
- ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่าที่สลายตัวแล้ว 1 ส่วน
- กาบมะพร้าวสับ แกลบดำ หรือวัสดุเพิ่มความโปร่ง 1 ส่วน
ไม่ควรใช้ดินเหนียวล้วนหรือใส่ปุ๋ยคอกสด เพราะทำให้ดินแน่น เกิดความร้อน และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคโคนเน่า
วิธีปลูกต้นหอมจากหัวหอมทีละขั้นตอน
-
เตรียมกระถาง
เลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำ หากปลูกหลายหัวควรใช้กระบะกว้างเพื่อให้แต่ละต้นมีพื้นที่แตกใบและราก -
ใส่ดินปลูก
ใส่ดินลงในกระถางโดยเว้นขอบประมาณ 2–3 เซนติเมตร กดดินเบา ๆ แต่ไม่ควรกดแน่น -
ตรวจหัวหอม
ลอกเฉพาะเปลือกแห้งที่หลุดง่ายออก ไม่ควรแกะเปลือกออกจนถึงชั้นเนื้อสด -
วางหัวหอมลงดิน
หันด้านฐานรากลงด้านล่างและให้ส่วนยอดชี้ขึ้น ฝังหัวลงดินประมาณครึ่งหนึ่งถึงสองในสามของหัว -
เว้นระยะปลูก
หากต้องการเก็บใบอย่างเดียว สามารถเว้นระยะประมาณ 5–8 เซนติเมตร หากต้องการให้หัวเจริญด้วยควรเว้นระยะมากขึ้น -
รดน้ำหลังปลูก
รดน้ำให้ดินชุ่มทั่ว แต่ไม่ปล่อยให้มีน้ำขังบริเวณหัวหรือจานรองกระถาง -
วางในบริเวณมีแสง
หลังต้นเริ่มตั้งตัว ควรให้ได้รับแดดเช้าหรือแดดประมาณ 4–6 ชั่วโมงต่อวัน
จำเป็นต้องแช่หัวหอมในตู้เย็นก่อนปลูกหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องนำหัวหอมเข้าตู้เย็นก่อนปลูก หัวหอมที่มีสภาพสมบูรณ์สามารถเริ่มแตกรากและยอดได้เมื่อได้รับความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม การแช่ตู้เย็นนานเกินไปหรือเก็บในภาชนะที่มีความชื้นสูงอาจทำให้หัวนิ่มและเกิดเชื้อราได้
หากหัวหอมยังไม่แตกยอด สามารถวางไว้ในบริเวณแห้ง อากาศถ่ายเท และมีแสงอ่อน ๆ จนเริ่มเห็นยอด หรือปลูกลงดินได้ทันทีแล้วรักษาความชื้นให้เหมาะสม
หัวที่อยู่ในตู้เย็นอยู่แล้วและเริ่มแตกยอดยังสามารถนำมาปลูกได้ แต่ควรตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีอาการเน่า ก่อนนำออกมาพักไว้ให้ใกล้อุณหภูมิห้องแล้วจึงปลูก
ต้นหอมต้องการแสงมากแค่ไหน
หัวหอมที่ปลูกเพื่อเก็บใบควรได้รับแสงแดดประมาณ 4–6 ชั่วโมงต่อวัน หากแสงเพียงพอ ใบจะตั้งตรง สีเขียว และแข็งแรง หากปลูกในบริเวณมืด ใบมักยืดยาว ซีด และล้มง่าย
- แดดเช้าเหมาะกับต้นที่เพิ่งปลูกและอากาศร้อน
- สามารถให้แดดเต็มวันได้หากดินไม่แห้งเร็วเกินไป
- ควรหมุนกระถางเป็นระยะเพื่อให้ต้นได้รับแสงสม่ำเสมอ
- หากย้ายจากในร่มออกแดด ควรเพิ่มเวลาได้รับแสงทีละน้อย
วิธีรดน้ำต้นหอม
ควรรักษาดินให้ชื้นพอเหมาะ แต่ไม่แฉะตลอดเวลา โดยใช้นิ้วตรวจหน้าดิน หากดินด้านบนเริ่มแห้งประมาณ 1–2 เซนติเมตรจึงรดน้ำ
- รดน้ำช่วงเช้าเพื่อให้ความชื้นส่วนเกินระเหยระหว่างวัน
- รดให้ทั่วจนมีน้ำไหลออกจากรูด้านล่าง
- เทน้ำในจานรองกระถางทิ้งหลังรดน้ำ
- ลดการให้น้ำในช่วงฝนตกหรืออากาศชื้น
- หลีกเลี่ยงการรดน้ำลงตรงกลางยอดบ่อย ๆ เพราะอาจเกิดการเน่า
การให้ปุ๋ย
ในระยะแรก หัวหอมมีอาหารสะสมสำหรับสร้างใบอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเร่งปุ๋ยมาก หากปลูกเพื่อทยอยเก็บใบหลายครั้ง สามารถเสริมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยน้ำเจือจางภายหลังได้
- เติมปุ๋ยหมักบาง ๆ รอบต้นทุก 3–4 สัปดาห์
- หากใช้ปุ๋ยสำเร็จรูป ควรใช้ตามอัตราบนฉลาก
- ไม่ควรวางปุ๋ยเข้มข้นติดกับหัวหอม
- รดน้ำตามหลังการให้ปุ๋ย
- หยุดปุ๋ยหากปลายใบไหม้หรือมีคราบขาวบนดิน
ใช้เวลากี่วันจึงเริ่มเก็บใบได้
หากใช้หัวหอมที่เริ่มแตกยอดแล้ว อาจเห็นการเจริญของใบอย่างชัดเจนภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ ระยะเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับแสง อุณหภูมิ ขนาดหัว และความสมบูรณ์ของต้น
โดยทั่วไปสามารถเริ่มตัดใบได้เมื่อใบมีความสูงและความแข็งแรงเพียงพอ ไม่ควรรีบตัดตั้งแต่ใบยังสั้นมาก เพราะต้นยังต้องใช้ใบสร้างอาหารเพื่อพัฒนารากและยอดใหม่
วิธีตัดต้นหอมให้แตกใบใหม่
- เลือกใบที่ยาวและแข็งแรง
- ใช้กรรไกรหรือมีดสะอาดตัดใบ
- เหลือโคนใบสูงจากหัวประมาณ 3–5 เซนติเมตร
- ไม่ควรตัดใบออกหมดทุกใบในครั้งเดียว
- หลังตัดให้ดูแลน้ำและแสงตามปกติ
หัวหอมสามารถแตกใบใหม่ได้อีกหลายครั้ง แต่ใบรุ่นหลังอาจเล็กลงเมื่ออาหารสะสมในหัวลดลง หากต้องการเก็บใบต่อเนื่อง ควรปลูกหลายหัวสลับช่วงเวลา และเติมธาตุอาหารในปริมาณเหมาะสม
ปลูกหัวหอมในน้ำได้หรือไม่
สามารถวางฐานของหัวหอมให้สัมผัสน้ำตื้น ๆ เพื่อกระตุ้นการออกรากและเก็บใบในระยะสั้นได้ แต่ไม่ควรแช่ทั้งหัวลงในน้ำ เพราะหัวจะเน่าได้ง่าย
การปลูกในน้ำเหมาะกับการทดลองหรือใช้ระยะสั้น หากต้องการให้ต้นแข็งแรงและเก็บใบหลายครั้ง การย้ายลงดินจะช่วยให้รากได้รับธาตุอาหารและอากาศได้ดีกว่า
- ให้เฉพาะส่วนฐานรากแตะน้ำ
- เปลี่ยนน้ำเป็นประจำเพื่อป้องกันกลิ่นและตะไคร่
- วางภาชนะในจุดที่มีแสงสว่าง
- ย้ายลงดินเมื่อรากยาวและแข็งแรง
ปัญหาที่พบบ่อย
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | แนวทางแก้ไข |
|---|---|---|
| หัวนิ่มและมีกลิ่น | น้ำมาก ดินแฉะ หรือหัวเริ่มเน่าก่อนปลูก | นำหัวเน่าออก ลดน้ำ และปรับดินให้ระบายดีขึ้น |
| ใบเหลือง | น้ำขัง แสงน้อย หรือใบแก่ตามธรรมชาติ | ตรวจดินและเพิ่มแสง ตัดใบแก่ทิ้ง |
| ใบยาวซีดและล้ม | ได้รับแสงไม่เพียงพอ | ย้ายไปจุดที่มีแดดมากขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป |
| ปลายใบแห้ง | ขาดน้ำ ลมแรง หรือปุ๋ยเข้มข้นเกินไป | ตรวจความชื้น ลดปุ๋ย และหลบลมแรง |
| ปลูกแล้วไม่แตกยอด | หัวเก่า ฐานรากเสียหาย อุณหภูมิไม่เหมาะ หรือหัวไม่มีตาที่สมบูรณ์ | เปลี่ยนหัวพันธุ์และตรวจไม่ให้ดินแฉะเกินไป |
ไอเดียนำใบหอมไปประกอบอาหาร
- ซอยใส่ไข่เจียวหรือไข่คน
- โรยหน้าข้าวผัดและก๋วยเตี๋ยว
- รับประทานสดกับข้าวหมูแดงหรืออาหารย่าง
- ใส่ในต้มจืดหรือซุปก่อนปิดไฟ
- ผสมในน้ำจิ้มและอาหารประเภทยำ
- ซอยใส่ข้าวต้ม โจ๊ก และอาหารเช้า
ก่อนนำมารับประทาน ควรล้างใบให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณซอกใบและโคนต้นที่อาจมีดินติดอยู่
เคล็ดลับปลูกให้มีใบเก็บกินต่อเนื่อง
- ปลูกหลายหัวโดยเว้นช่วงปลูกประมาณ 1–2 สัปดาห์
- ให้ต้นได้รับแดดเพียงพอเพื่อป้องกันใบยืด
- อย่าตัดใบจนหมดทั้งต้นในครั้งเดียว
- รักษาดินให้ชื้น แต่ไม่ปล่อยให้หัวแช่น้ำ
- เติมปุ๋ยหมักในปริมาณเล็กน้อยหลังเก็บใบหลายครั้ง
- เปลี่ยนหัวใหม่เมื่อต้นเริ่มให้ใบเล็กและอ่อนแรง
- แยกต้นที่เน่าออกทันทีเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย
ข้อควรทราบเกี่ยวกับการปลูกพืชหัวชนิดอื่น
เทคนิคการนำหัวหอมมาปลูกไม่สามารถใช้แทนกันได้กับพืชหัวทุกชนิด เพราะพืชแต่ละชนิดมีโครงสร้างและความต้องการแตกต่างกัน เช่น กระเทียมสามารถแยกกลีบปลูกได้ ส่วนมันฝรั่งต้องใช้หัวที่มีตา และพืชหัวบางชนิดอาจต้องผ่านระยะพักตัวก่อนงอก
ก่อนนำหัวหรือเหง้าชนิดอื่นมาปลูก ควรศึกษาวิธีขยายพันธุ์ของพืชนั้นโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้วิธีฝังครึ่งหัวเหมือนกันทุกชนิด
สรุป
การปลูกใบหอมจากหัวหอมแดงหรือหัวหอมเป็นวิธีเพิ่มผักสวนครัวในบ้านที่ทำได้ง่าย ใช้พื้นที่ไม่มาก และเหมาะกับผู้เริ่มต้น เพียงเลือกหัวที่แข็งแรง ใช้ดินโปร่ง ฝังหัวประมาณครึ่งหนึ่ง ให้น้ำพอเหมาะ และวางในบริเวณที่ได้รับแสงเพียงพอ
ไม่จำเป็นต้องนำหัวหอมไปแช่ตู้เย็นก่อนปลูก และควรระวังไม่ให้หัวแฉะหรือถูกกลบดินจนมิด เมื่อใบโตแข็งแรงสามารถตัดไปประกอบอาหารได้ โดยเหลือโคนไว้ให้แตกใบใหม่ อย่างไรก็ตาม เมื่ออาหารในหัวลดลง ต้นจะค่อย ๆ ให้ใบเล็กลง จึงควรปลูกหัวใหม่สลับกันเพื่อให้มีใบเก็บกินต่อเนื่อง




ธุรกิจอะไร....ไม่ต้องรักษายอด
ตอบลบhttp://bit.ly/2hl9eqm