🌦️ พยากรณ์อากาศเพื่อสวนของคุณ

วันนี้อากาศ
เป็นใจกับต้นไม้
ของคุณไหม

เช็กสภาพอากาศ วางแผนรดน้ำ และดูแลสวนของคุณได้ในที่เดียว พร้อมคำแนะนำที่ปรับตามอากาศจริงในแต่ละวัน

เริ่มสร้างสวนของฉัน
🌱 คำแนะนำวันนี้ กำลังประเมินสภาพอากาศสำหรับการดูแลต้นไม้
พยากรณ์วันนี้ กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลจาก Open-Meteo
--°C
กำลังโหลดข้อมูลสภาพอากาศ...
รู้สึกเหมือน --°C
--% ความชื้น
--% โอกาสฝน
-- กม./ชม. ความเร็วลม
🌿 Plant Clinic

ต้นไม้มีปัญหา? เริ่มวิเคราะห์ที่นี่

ใบเหลือง ใบหงิก ไม่แตกยอด รากเน่า ใบเป็นจุด ต้นโทรม หรือมีแมลง เลือกอาการและสภาพแวดล้อมที่พบ เพื่อให้ Plant Clinic ช่วยวิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้นและแนะนำสิ่งที่ควรตรวจต่อ

ใช้งานฟรี • ไม่ต้องสมัครสมาชิก • วิเคราะห์จากอาการ แสง น้ำ ดิน การระบายน้ำ และสภาพแวดล้อม
วิเคราะห์ง่าย ๆ ใน 4 ขั้นตอน
1เลือกอาการที่พบกับต้นไม้
2ระบุแสง น้ำ ดิน และบริเวณปลูก
3ตรวจข้อมูลแมลงและระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ
4ดูสาเหตุที่เป็นไปได้และแนวทางแก้เบื้องต้น

แคคตัสช้าง หรือแคคตัสงาช้าง

ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Elephant's Tooth Cactus หรือแคคตัสงาช้าง แต่คนไทยเรียกสั้นๆ ว่า แคคตัสช้าง มีสีเขียวเข้ม สันพูที่ใหญ่ กลมแป้น มีหนามแข็งยาวขนาดใหญ่คล้ายงาช้าง 

และนี่คือที่มาของชื่องาช้าง ส่วนใหญ่ให้ดอกสีชมพู สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการชำหน่อ ซึ่งแคคตัสช้าง ให้หน่อเก่งอีกด้วย 

แคคตัสช้าง หรือแคคตัสงาช้าง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Coryphantha Elephantidens


ความน่ารักของแคคตัสช้าง



  • สันพูขนาดใหญ่
  • ส้นมีความมันวาว
  • หนามแข็งแรง
  • ดอกสีชมพูสวยงามมาก


วิธีปลูกแคคตัสช้าง

แสงแดดปานกลางน้ำปานกลาง


ใช้ดินแคคตัส และปลูกแบบเช่นเดียวกับแคคตัสอื่่นๆ  รดน้ำประมาณอาทิตย์ละ 2 ครั้ง หรือเมื่อดินแห้ง จะเจริญเติบโดได้ดี ถ้าปลูกในโรงเรือน หรือมีสแลนลดความเข้มของแสง จะให้ผิวเป็นมันวาวมาก

ส่วนการเด็ดหน่อไปปลูก เพื่อขยายพันธุ์ เราควรคัดหน่อมีขนาดใหญ่อย่างน้อย 1-2 เซนติเมตรขึ้นไป ทั้งนี้ เพื่อให้น้องมีโอกาสเจริญเติบโตได้ดีกว่า หน่อยิ่งใหญ่จะสามารถออกรากได้ง่ายกว่าหน่อเล็ก  

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถขยายพันธุ์แคคตัสช้างได้เช่นกัน นั่นคือ การปาดยอด (การปาดยอดของแคคตัส บริเวณด้านบนบางส่วนออก) เพื่อให้แตกหน่อมากกว่าหนึ่งหน่อ แต่ก็ต้องเสี่ยงกับการเน่าได้เช่นกัน 



ข้อควรระวังการปลูกแคคตัสช้าง

ราสนิม คือโรคที่มักเกิดกับแคคตัสงาช้าง การป้องกันและหลีกเลี่ยงปัญหาของโรค คือ การรดน้ำเมื่อแห้งสนิทจริงๆ หรืออาจจะรดเพียงอาทิตย์ละครั้ง กรณีที่เราปลูกในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีความชื้นมากๆ

นอกจากโรคราสนิมแล้ว ก็ยังมีพวก "เพลี้ยแป้ง" และ "เพลี้ยหอย" ที่อาจเข้ามาจ้องมาคอยทำลายเช่นกัน ดังนั้น ก่อนปลูก ควรทำการหยอดสารฆ่าเชื้อพวกนี้ อย่างเช่น สตาร์เกิ้ลจี เป็นต้น

ความคิดเห็น

×